ทีมวิจัยจาก University of California ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องไตเทียมแบบสวมใส่ได้

เครื่องไตเทียมแบบสวมใส่ได้

เครื่องไตเทียมแบบสวมใส่ได้

ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังต้องทำการฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาฟอกประมาณ 2-4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ตลอดการฟอกเลือดจะต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา ทำให้เสียเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องฟอกเลือดหรือไตเทียมในปัจจุบันนั้นมีขนาดใหญ่เคลื่อนย้ายลำบาก และมีอุปกรณ์ต่อพ่วกหลายอย่าง นักวิจัยทางด้านการแพทย์จึงมีความพยายามที่จะลดขนาดของเครื่องไตเทียมให้มีขนาดเล็กลง ให้ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายได้ง่ายมากที่สุด และตอนนี้ทีมวิจัยจาก University of California, Los Angeles ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องฟอกเลือดที่สามารถสวมใส่ได้ และเข้าสู่กระบวนการทดสอบในระดับคลินิก ใช้จริงกับผู้ป่วยแล้วในอเมริกา

Medical Video เพจที่แชร์วิดีโอทางการแพทย์ที่น่าทึ่งและน่าศึกษา

Medical Videos

Medical Videos page

เว็บไซต์ของเราเคยแนะนำเว็บไซต์เกี่ยวกับภาพประกอบทางการแพทย์มาแล้วเข้าไปติดตามได้ที่ “10 เว็บไซต์ Medical Illustration ภาพประกอบทางการแพทย์” ในครั้งนี้ขอนำเสนอ Facebook page ที่ชื่อว่า Medical Video ที่มีการแชร์วิดีโอทางแพทย์ที่น่าสนใจและน่าศึกษาอย่างมาก

รอยสักอิเล็กทรอนิคส์: Gadget ชิ้นใหม่สุดไฮเทค

รอยสักอิเล็กทรอนิคส์

รอยสักอิเล็กทรอนิคส์: วงจรไฟฟ้าที่ติดกับผิวหนังได้เช่นเดียวกับรอยสัก

เจมส์ บอนด์ อาจจะมีนาฬิกาที่ยิงเลเซอร์ได้ หรืออาจจะมีโทรศัพท์ในคราบของไฟแช็ค แต่ว่าเขาก็ไม่เคยมี gadget ทีเป็นรอยสักเลย แต่ว่าตอนนี้ เราจะต้องขอบคุณนักวิจัย ที่สามารถพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่บางมากๆ โดยมันสามารถที่จะแปะไว้บนผิวหนังคล้ายๆ กับรอยสักชั่วคราวได้ ซึ่งรอยสักอิเล็กทรอนิคส์นี้ ได้ทำทางไปสู่การติดตั้งเซ็นเซอร์ สำหรับติดตามการทำงานของสมองหรือหัวใจ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมืออะไรเพิ่มเติมเลย หรือบางทีอาจจะให้มันทำงานได้โดยอาศัยคำสั่งเสียง หรือการเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นต้น

นาโนเทอร์โมมิเตอร์

เมื่อทฤษฎีควอนตัมและเพชรเม็ดจิ๋วช่วยให้สามารถวัดความผันผวนของอุณหภูมิได้ในระดับเศษเสี้ยวองศา

นาโนเทอร์โมมิเตอร์

นาโนเทอร์โมมิเตอร์: เมื่ออนุภาคคริสตัลของเพชรที่ถูกเจือปนด้วย อะตอมของไนโตรเจน (หรือนาโนเทอร์โมมิเตอร์) มันสามารถที่จะรับแสง (สีเขียว) และเปล่งแสงสีแดงออกมาได้ โดยแสงสีแดงที่เปล่งออกมานี้ แตกต่างกันตามอุณหภูมิของบริเวณนั้นๆ ในเซลล์ และเมื่อเซลล์ได้รับความร้อนจากการยิงแสงเลเซอร์ไปยังอนุภาคทองขนาดนาโน นาโนเทอร์โมมิเตอร์ ก็สามารถที่จะบอกถึงความแตกต่างของอุณหภูมิจากการเปล่งแสงสีแดงที่แตกต่างจากเดิมได้

เครื่องมือที่แต่ก่อนพัฒนามาใช้สำหรับควอนตัมคอมพิวเตอร์ ตอนนี้สามารถนำมาใ้ช้วัดอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ที่มีชีวิตได้แล้ว โดยจากการใช้เทคนิคของผลการเปลี่ยนแปลงทางควอนตัมในในเพชรขนาดเล็ก หรือ nanodimonds สำหรับการจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแค่เพียงเศษเสี้ยวขององศา โดยเมื่อนักวิจัยให้ความร้อนแก่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเซลล์โดยการใช้เลเซอร์ “และเราก็มีเครื่องมือในการควบคุมอุณหภุมิในระดับเซลล์ได้แล้ว และเราก็สามารถที่จะศึกษาระบบทางชีวภาพที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมินั้นๆ ได้” ปีเตอร์ เมาเรอร์ นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าว [1]

Abiliti เทรนด์ใหม่ลดอ้วน

Abiliti: เทรนด์ใหม่รักษาโรคอ้วน

การรักษาโรคอ้วน มีหลายวิธีด้วยกัน อาทิ การผ่าตัดดูดไขมัน การผ่าตัดเย็บกระเพาะอาหาร แต่ว่า Abiliti นี่ เป็นวิธีใหม่ ในการรักษาโรคอ้วน กล่าวคือ เป็นการผ่าตัดเพื่อติดอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิค เข้าไปในช่องท้อง โดยที่อุปกรณ์ชิ้นนี้ จะควบคุมการกินอาหารของเรา โดยที่เราสามารถตั้งโปรแกรมการกินอาหารได้ เมื่อเรากินอาหารในช่วงที่ไม่ตรงกับโปรแกรมที่เราตั้งไว้ตอนต้น Abiliti จะส่งสัญญาณไปยังกระเพาะอาหาร แล้วกระเพาะอาหารก็จะส่งสัญญาณไปยังสมองอีกต่อหนึ่ง เพื่อบอกว่า เราอิ่มแล้ว ซึ่งในที่สุดเราก็จะไม่อยากกินอาหารไปเอง


วีดีโอแสดงการทำงารของ Abiliti ในการควบคุมความอยากอาหาร

iKnife: มีดมีจมูก

iKnife เป็นมีดผ่าตัดอัจริยะ ที่สามารถดมกลิ่นของเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งมันจะช่วยให้ศัลยแพทย์ ตัดชิ้นเนื้อร้าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

iknife

iKnife: มีดผ่าตัดอัจฉริยะ ที่สามาถจำแนกได้ว่าเนื้อเยื่อที่กำลังผ่าตัดอยู่ เป็นมะเร็งหรือไม่

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากศัลยแพทย์ไม่สามารถบอกได้ว่า ขอบเขตของเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งมีมากน้อยแค่ไหน ถ้าหากเขาตัดเนื้อร้ายทิ้งมากเกินไป อาจจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัวมากขึ้น แต่ถ้าหากเขาตัดชิ้นเนื้อน้อยเกินไปล่ะ มันอาจจะทำให้เนื้อร้ายที่หลงเหลืออยู่ลุกลามอีกครั้งหนึ่งก็เป็นไปได้ แต่ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้ก็คลีคลายลงไปเมื่อนักวิจัย ได้พัฒนามีดผ่าตัด ที่สามารถดมกลิ่นควันที่เกิดจากการจี้ชิ้นเนื้อด้วยความร้อนขณะที่ผ่าตัด แล้วสามารถที่จะบอกได้ทันทีเลยว่า เนื้อเยื่อตรงนั้นนั้นเป็นเซลล์มะเร็งหรือว่าเป็นเซลล์ปกติ

ไรโบโซมกล

นี่เครื่องกลขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ต่อกรดอะมิโนเข้าด้วยกันตามลำดับที่กำหนดไว้ก่อนแล้ว โดยที่มันเลียนแบบการทำงานมาจากไรโบโซม

ไรโบโซม เครื่องกลของเซลล์ขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลจากรหัสพันธุกรรม เพื่อสร้างเป็นโปรตีนให้กับร่างกาย ซึ่งเป็นเครื่องมือของเซลล์ที่น่าทึ่งชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว แต่ว่าตอนนี้ มีนักเคมีคนหนึ่ง ได้สร้างสรรค์เครื่องกลระดับนาโน ที่ทำงานได้แบบเดียวกับไรโบโซมเลยทีเดียว

ระบบที่ถูกประดิษฐ์ออกมานี้ ไม่ได้มีแนวความคิดที่จะมาแทนทีไรโบโซมตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นระบบที่ซับซ้อนของทั้ง โปรตีน และ RNA แต่ว่าระบบที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมานี้ มีโครงสร้างและวิธีการทำงานง่ายกว่าไรโบโซมจริงๆ มาก และมีขนาดเป็นเพียงแค่ หนึ่งในสิบของขนาดของไรโบโซมจริงๆ นอกจากนั้นมันยังทำงานได้ช้ามาก มันทำลายรหัสที่มันอ่านและสร้างโปรตีนสายสั้นๆ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ เปปไทด์ แต่อย่างไรก็ตาม มันสามารถใช้เทคนิคของเครื่องกลทางชีวภาพ เพื่อที่จะเอามาสร้างสารเคมีที่ต้องการได้

เมื่อ FDA รับรองการผ่าตัดปลูกถ่ายเรตินา

ความหวังของผู้ป่วยที่ความผิดปกติทางพันธุกรรมทางสายตาเริ่มสดใส เมื่อองค์การอาหารและยาของสหรัฐใด้รับรองการผ่าตัดปลูกถ่ายเรตินา

องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (The Food and Drug Administration: FDA) ได้รับรองการผ่าตัดปลูกถ่ายเรตินา โดยที่ FDA ได้ไฟเขียวให้ Second Sight’s Argus II Retinal Prosthesis System ซึ่งการรับรองในครั้งนี้ ก็ทำให้ผู้ป่วยตาบอดโดยสาเหตุทางพันธุกรรม (retinitis pigmentosa: ขาดเซลล์ไวต่อแสงที่อยู่ในเรตินา) มีความหวังมากยิ่งขึ้น

Argus II

Argus II: มีองค์ประกอบสองส่วน คือ (A) ส่วนของแว่นตาและกล้องวีดีโอ จะส่งสัญญาณภาพแบบไร้สายไปยังอิเล็กโทรด (B) ที่ถูกปลูกถ่ายใว้บนเรตินา ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปตามเส้นประสาทไปยังสมอง

วิศวกรรมเนื้อเยื่อ: เราจะประดิษฐ์หัวใจได้อย่างไร

มีคนจำนวนนับพันที่ต้องการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ซึ่งนี่เองที่ทำให้นักวิจัยพยายามเพาะเลี้ยงหัวใจขึ้นมาให้ได้
 

วิดีโอแสดงวิธีการเพาะเลี้ยงหัวใจ: Harald Ott และคณะได้ทดสอบความทนทานของส่วนต่างๆ ของหัวใจสร้างขึ้นมา
 
ดอริส เทเลอร์ (Doris Taylor) เธอไม่ได้รู้สึกเลยว่าเธอเองถูกต่อว่าเมื่อใครๆ รอบๆ ตัวเธอต่างก็เรียกเธอเรียกว่า ดร.แฟรงเกนสไตน์ “จริงๆ แล้ว ฉันถือว่ามันเป็นคำชมที่ยิ่งใหญ่มากที่ฉันเคยได้รับมากต่างหาก” ซึ่งยืนยันจากงานวิจัยของเธอที่ได้เพิ่มขอบเขตของคำว่า “เป็นไปได้” จากงานที่เธอเป็นนักวิจัยด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ สถาบันหัวในเทกซัส เธอยอมรับว่าการเปรียบเทียบเธอกับ ดร.แฟรงเกนสไตน์ เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว เพราะว่าปกติแล้ว เธอจะเก็บเอาอวัยวะ อาทิ หัวใจ และปอด จากผู้เสียชีวิตใหม่ๆ และจัดการสิ่งเหล่านั้นตั้งแต่ระดับเซลล์เพื่อที่จะพยายามที่จะทำให้อวัยวะชิ้นนั้นๆ กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง โดยในใจก็หวังเพียงแค่ว่า หัวใจที่ตายไปแล้วจะเริ่มเต้นใหม่ หรือปอดจะหายใจได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ยา Tamoxifen และกลไกการออกฤทธิ์

บทความโดย คุณอุทัยพร สิงห์คำอินทร์

ยา Tamoxifen

ยา Tamoxifen 

Tamoxifen ที่เข้าสู่ร่างกาย 50-80% จะถูกเมตาบอไลท์เป็น N-desmethyl tamoxifen ระดับยาในกระแสเลือดจะคงตัว (Steady state) หลังจากได้รับยาต่อเนื่องเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ ยาส่วนใหญ่จะถูกขับออกทางอุจจาระอย่างช้าๆ และขับออกทางปัสสาวะเพียงเล็กน้อย

รับข่าวสารจาก Biomed.in.th

รับข่าวสารผ่านทางอีเมลก่อนใคร เพียงกรอกชื่ออีเมลในช่องด้านล่างนี้:

เรื่องแนะนำ

เรื่องล่าสุด

ข่าวประชาสัมพันธ์,สมัครเรียน,สมัครงาน

Blogroll

คลังเก็บ

หมวดหมู่

ป้ายคำ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.