<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Biomed.in.th &#187; Drug Delivery System</title>
	<atom:link href="http://www.biomed.in.th/category/drug-delivery-system/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.biomed.in.th</link>
	<description>Biomed.in.th จัดทำขึ้นโดยมีความตั้งใจจะให้เป็นแหล่งความรู้และให้ข่าวสารเกี่ยวกับ วิศวกรรมชีวเวช (Biomedical Engineering) ให้กับคนทั่วไป และความหวังสูงสุดคือเป็นที่พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้สนใจทั่วไปกับนักวิศวกรรมชีวเวช หรือระหว่างนักวิศวกรรมชีวเวชด้วยกันเอง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Oct 2011 16:06:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เกม Foldit ไขปัญหาโครงสร้างโปรตีนช่วยเปิดทางสู่การคิดค้นยารักษาโรคเอดส์</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/retroviral-protease-solved-by-protein-folding-game-players/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/retroviral-protease-solved-by-protein-folding-game-players/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2011 01:00:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sarapuk</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Bioinformatics]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Medical Imaging]]></category>
		<category><![CDATA[Research]]></category>
		<category><![CDATA[drug]]></category>
		<category><![CDATA[Foldit]]></category>
		<category><![CDATA[Game]]></category>
		<category><![CDATA[retroviral protease]]></category>
		<category><![CDATA[กรดอะมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[เอดส์]]></category>
		<category><![CDATA[โมเลกุล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=2419</guid>
		<description><![CDATA[โครงสร้างของเอนไซม์ Retroviral Protease  เริ่มต้นจากโครงสร้างของเอนไซม์ที่ได้จากการเรียงตัวของกรดอะมิโนที่ไม่ถูกต้อง ผู้เล่นเกม Foldit ช่วยกันปรับโครงสร้างใหม่ซึ่งได้โครงสร้างที่ความคลึงกับโครงสร้าง crystal มาก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2431" class="wp-caption aligncenter" style="width: 570px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/Retroviral-Protease-Structure1.jpg"><img class="size-medium wp-image-2431" title="Retroviral-Protease-Structure" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/Retroviral-Protease-Structure1-560x312.jpg" alt="Retroviral Protease Structure1 560x312 เกม Foldit ไขปัญหาโครงสร้างโปรตีนช่วยเปิดทางสู่การคิดค้นยารักษาโรคเอดส์" width="560" height="312" /></a><p class="wp-caption-text">Retroviral Protease Structure</p></div>
<blockquote><p><strong>Foldit</strong> เกมออนไลน์ค้นหาโครงสร้าง 3 มิติของโปรตีน สามารถเล่นได้หลายคน เกี่ยวกับการพับงอโครงสร้างของโปรตีนในแบบ 3 มิติ เพื่อหาความเป็นไปได้ของโมเลกุลโปรตีนสายหนึ่งแบบ 3 มิติ โดยเฉพาะในโปรตีนที่มีโครงสร้างที่สายยาวและซับซ้อน ผลลัพธ์ของเกมที่มีคนเล่นหลายๆคนจะเป็นประโยชน์อย่างมากในงานวิจัยโครงสร้างของโปรตีน รวมถึงการผลิตยาชนิดใหม่ <span id="more-2419"></span>ที่ลักษณะเหมือนมีคนช่วยกันคิดเป็นจำนวนมาก <a title="Foldit" href="http://www.biomed.in.th/games-for-health-conference-2010-foldit/" target="_blank">รายละเอียดจากข่าวเก่า</a></p></blockquote>
<div id="attachment_2421" class="wp-caption aligncenter" style="width: 535px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/Retroviral-Protease-Structure.jpg"><img class="size-full wp-image-2421" title="Retroviral-Protease-Structure" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/Retroviral-Protease-Structure.jpg" alt="Retroviral Protease Structure เกม Foldit ไขปัญหาโครงสร้างโปรตีนช่วยเปิดทางสู่การคิดค้นยารักษาโรคเอดส์" width="525" height="394" /></a><p class="wp-caption-text">โครงสร้างของเอนไซม์ Retroviral Protease</p></div>
<p>โครงสร้างของเอนไซม์ Retroviral Protease  เริ่มต้นจากโครงสร้างของเอนไซม์ที่ได้จากการเรียงตัวของกรดอะมิโนที่ไม่ถูกต้องมากนัก ผู้เล่นเกม Foldit ช่วยกันปรับโครงสร้างใหม่ซึ่งได้โครงสร้างที่ความคลึงกับโครงสร้าง crystal มาก</p>
<p>เกม Foldit ยังเป็นแค่โมเดลการนำการแก้ไขปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่ยากและซับซ้อนมาทำเป็นเกมเพื่อให้คนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันแก้ไขปัญหานั้น ล่าสุดเกม Foldit ได้พิสูจน์ตัวมันเองแล้วว่าวิธีการแก้ไขปัญหาแบบนี้ได้ผล เมื่อมีการรายงานผลงานร่วมของนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกา โปรแลนด์ และสาธารณรัฐเช็ก ในวารสารวิชาการ <em>Nature Structural &amp; Molecular Biology</em> ถึงความสำเร็จในการไขความลับโครงสร้างผลึกของเอนไซม์ <em>Mason-Pfizer monkey virus (M-PMV) retroviral protease </em></p>
<p>เอนไซม์ Retroviral proteases มีความบทบาทสำคัญอย่างมากในกระบวนการแก่ตัวและแพร่พันธุ์(maturation and proliferation) ที่มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนายารักษาโรคที่เกิดจากไวรัส เช่น โรคเอดส์ ซึ่งนักวิจัยใช้เวลานับทศวรรษเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างของเอนไซม์นี้ด้วยหลากหลายวิธีแต่ยังไม่สำเร็จ จนเมื่อเกม Foldit ถูกเปิดให้ทุกคนสามารถเข้ามาช่วยกันเล่นพับงอโครงสร้างของโปรตีน ผู้เล่นเกม Foldit สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เพียงไม่กี่วัน</p>
<p>การไขปัญหานี้ได้เกิดจากกลุ่มผู้เล่นหลายคน ที่ทำงานอยู่คนละประเทศเข้ามาเล่นเกม พูดคุยกันผ่านทางระบบสนทนาในเกม พวกเขาใช้เวลาเพียง 10 วันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันได้สำเร็จ ถือเป็นครั้งแรกที่ระบบนี้ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาวิทยาศาสตร์ซับซ้อนสำเร็จ และคิดว่ามันจะต้องมีเรื่องน่ายินดีแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน</p>
<p>คุณอยากเป็นหนึ่งในคนที่ค้นพบโครงสร้าง 3 มิติของโปรตีนที่ไม่เคยมีการค้นพบไหม ลองไปเล่นดูสิครับ</p>
<p><strong>ข้อมูล</strong><br />
<em>Report: <a title="Nature" href="http://www.nature.com/nsmb/journal/vaop/ncurrent/full/nsmb.2119.html" target="_blank">Crystal structure of a monomeric retroviral protease solved by protein folding game players</a> </em></p>
<p><em>via: <a href="http://www.popsci.com/technology/article/2011-09/gamers-solve-aids-related-enzyme-puzzle-helping-scientists-search-novel-drugs" target="_blank">popsci.com</a> , <a href="http://www.kurzweilai.net/on-line-gamers-succeed-where-scientists-fail-opening-door-to-new-aids-drug-design" target="_blank">kurzweilai.net</a> , <a href="http://medgadget.com/2011/09/foldit-success-story-monkey-virus-retroviral-protease-structure-solved-within-days.html" target="_blank">medgadget.com</a></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/retroviral-protease-solved-by-protein-folding-game-players/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ยากับคุณ” บริการข้อมูลความรู้ด้านยา</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/ya-and-you-app-website/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/ya-and-you-app-website/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Sep 2011 02:10:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sarapuk</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Medicine]]></category>
		<category><![CDATA[Website]]></category>
		<category><![CDATA[App]]></category>
		<category><![CDATA[drug]]></category>
		<category><![CDATA[YaAndYou]]></category>
		<category><![CDATA[ฐานข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ยา]]></category>
		<category><![CDATA[ยากับคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=2404</guid>
		<description><![CDATA[“ยากับคุณ” (Ya&#038;You) เป็นแอพพลิเคชันสำหรับสืบค้นและบริการข้อมูลความรู้ด้านยาและสุขภาพเพื่อส่งเสริมการใช้ยาและการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องเหมาะสมเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2405" class="wp-caption aligncenter" style="width: 570px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/YaYou-App.jpg"><img class="size-medium wp-image-2405" title="Ya&amp;You-App" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/YaYou-App-560x280.jpg" alt="YaYou App 560x280 “ยากับคุณ” บริการข้อมูลความรู้ด้านยา" width="560" height="280" /></a><p class="wp-caption-text">Ya&amp;You แอพพลิเคชันใน iPhone</p></div>
<blockquote><p><strong>“ยากับคุณ” (Ya&amp;You)</strong> เป็นแอพพลิเคชันสำหรับสืบค้นและบริการข้อมูลความรู้ด้านยาและสุขภาพเพื่อส่งเสริมการใช้ยาและการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องเหมาะสมเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งร่วมกันพัฒนาขึ้นโดย มูลนิธิเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบยา (มูลนิธิ วพย.) และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)<span id="more-2404"></span> ด้วยแอพพลิเคชันนี้ ประชาชนทั่วไปจะสามารถเข้าถึงข้อมูลยาและสุขภาพได้สะดวก รวดเร็วและเห็นผลการสืบค้นเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้บุคลากรทางการแพทย์ก็สามารถใช้ข้อมูลจาก “ยากับคุณ” เพื่อช่วยในการสื่อสารกับผู้ป่วยได้อีกด้วย</p>
<p><a href="http://itunes.apple.com/th/app/yaandyou/id459400481?mt=8" target="_blank"><img src="http://www.yaandyou.net/images/stories/banner/I-Phone.jpg" alt="I Phone “ยากับคุณ” บริการข้อมูลความรู้ด้านยา" border="0" title="“ยากับคุณ” บริการข้อมูลความรู้ด้านยา" /></a>  <a href="https://market.android.com/details?id=com.yayou&amp;feature=search_result" target="_blank"><img src="http://www.yaandyou.net/images/stories/banner/ANDROID.jpg" alt="ANDROID “ยากับคุณ” บริการข้อมูลความรู้ด้านยา" border="0" title="“ยากับคุณ” บริการข้อมูลความรู้ด้านยา" /></a></p>
<p>รองรับทั้ง Android และ iOS</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 14-16 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เข้าร่วมงานชมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยของเนคเทคเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ในงานมีการนำเสนอแอพพลิเคชันหลายตัวที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ <strong>&#8220;ยากับคุณ&#8221;</strong> ซึ่งสามารถใช้งานได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ(รวมถึง tablet) ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS ในการใช้งานจะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ออนไลน์อยู่บนเว็บไซต์ สามารถค้นหาได้ด้วย ชื่อยาสามัญ หรือ ชื่อทางการค้า รายะเอียดแสดงเป็นภาษาไทย มีรายละเอียดเกี่ยวกับยาครบถ้วน เช่น ชื่อ รูปแบบ(เม็ด,น้ำ) สรรพคุณ การใช้งาน ผลข้างเคียง เป็นต้น นับว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการทราบถึงข้อมูลยาที่ตัวเองจะรับประทาน</p>
<p>นอกจากการใช้งานผ่านทางมือถือ ยังสามารถใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.yaandyou.net ซึ่งให้ข้อมูลที่ละเอียดมากกว่า และมีบทความเกี่ยวกับยานั้นๆ ให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย</p>
<div id="attachment_2409" class="wp-caption alignnone" style="width: 570px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/YaYou-website.jpg"><img class="size-medium wp-image-2409" title="Ya&amp;You-website" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/09/YaYou-website-560x354.jpg" alt="YaYou website 560x354 “ยากับคุณ” บริการข้อมูลความรู้ด้านยา" width="560" height="354" /></a><p class="wp-caption-text">เว็บไซต์ ยากับคุณ</p></div>
<p>ในเว็บไซต์สามารถสืบค้นข้อมูลของยาได้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น และยังมีบทความเกี่ยวกับยาและความรู้เรื่องโรคต่างๆให้ผู้สนใจได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย ตัวอย่างบทความที่น่าสนใจ เช่น 50 วิธีเอาชนะภูมิแพ้, การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร, กระและฝ้าเรื่องยากของปัญหาผิวพรรณ, ชุดยาสู้น้ำท่วม ฯลฯ</p>
<p>สำหรับผู้สนใจ สามารถใช้งาน <strong>ยาและคุณ</strong> ได้ผ่านทางเว็บไซต์หรือผ่านทางมือถือได้ตามช่องทางที่สะดวก</p>
<p><em>ข้อมูลจาก: <a title="ya and you" href="http://www.yaandyou.net " target="_blank">http://www.yaandyou.net </a></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/ya-and-you-app-website/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Aptamer คู่แข่งรายใหม่ของ antibody</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/aptamer-competitor-of-antibody/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/aptamer-competitor-of-antibody/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jul 2011 15:12:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Temsiri Songjaroen</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Biosensors]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Immunology]]></category>
		<category><![CDATA[antibody]]></category>
		<category><![CDATA[Aptamer]]></category>
		<category><![CDATA[DNA]]></category>
		<category><![CDATA[RNA]]></category>
		<category><![CDATA[โมเลกุล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=2266</guid>
		<description><![CDATA[Aptamer คือ DNA หรือ RNA สายเดี่ยว ที่สามารถจับกับโมเลกุลเป้าหมายได้อย่างจำเพาะ โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงรูปร่างในโครงสร้าง 3 มิติ เพื่อจับกับโมเลกุลเป้าหมาย Aptamer สามารถจับกับโมเลกุลต่างๆ ได้หลากหลาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2268" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/06/aptamer-thrombin1.jpg"><img class="size-full wp-image-2268" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/06/aptamer-thrombin1.jpg" alt="aptamer thrombin1 Aptamer คู่แข่งรายใหม่ของ antibody" width="300" height="295" title="Aptamer คู่แข่งรายใหม่ของ antibody" /></a><p class="wp-caption-text">โครงสร้างของ aptamer ที่จำเพาะต่อ thrombin</p></div>
<p><strong>aptamer </strong>มีรากศัพท์มาจากภาษา Latin ซึ่งมีความหมายว่า &#8216;to fit&#8217;</p>
<p style="text-align: justify;">aptamer คือ DNA, RNA สายเดี่ยว หรือ peptide ที่สามารถจับกับโมเลกุลเป้าหมายได้อย่างจำเพาะ โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงรูปร่างในโครงสร้าง 3 มิติ เพื่อจับกับโมเลกุลเป้าหมาย Aptamer สามารถจับกับโมเลกุลต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น ไอออนของโลหะ (metal ion) สี (organic dye) กรดอะมิโน โปรตีน ไวรัส แบคทีเรีย และเซลล์ ซึ่ง aptamer ได้มาจากกระบวนการคัดเลือกในหลอดทดลอง (in vitro) ที่เรียกว่า systematic evolution of ligands by exponential enrichment (SELEX)<span id="more-2266"></span></p>
<p style="text-align: justify;">aptamer มีคุณสมบัติคล้ายกับ antibody แต่มีข้อดีกว่าคือ กระบวนการในการคัดเลือก aptamer ไม่จำเป็นต้องใช้สัตว์ทดลอง และใช้เวลาสั้นกว่าการผลิตแอนติบอดีมาก (การผลิตแอนติบอดีใช้เวลา 3-6 เดือน แต่การผลิต aptamer ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์) นอกจากนี้ aptamer ยังสังเคราะห์ง่ายโดยใช้กระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี ทนต่ออุณหภูมิสูง และสภาวะกรด-ด่างมากกว่า antibody และยังมีความสามารถในการแยกความแตกต่างโมเลกุลของสารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกันได้ โดยอาศัยรูปร่างและพันธะที่จำเพาะในการจับกับโมเลกุลเป้าหมาย</p>
<p style="text-align: justify;">ปัจจุบันมีงานวิจัยที่นำ aptamer มาใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น นำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค และใช้ในการรักษาโรค โดยการนำยามาติดเข้ากับ aptamer เพื่อให้ aptamer ขนส่งยาไปยังเป้าหมายที่จำเพาะ  ทำให้ยาออกฤทธิ์ตรงตำแหน่งที่ต้องการ</p>
<p style="text-align: justify;">ด้วยคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับ antibody แต่กระบวนการผลิตง่ายกว่ามาก ทำให้ aptamer เข้ามามีบทบาทในการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคมากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่ aptamer จะถูกนำมาใช้ร่วมหรือทดแทน antibody ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการพัฒนาด้านการแพทย์ในอนาคต</p>
<p>ที่มา:</p>
<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Aptamer">http://en.wikipedia.org/wiki/Aptamer</a><br />
<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Systematic_Evolution_of_Ligands_by_Exponential_Enrichment">http://en.wikipedia.org/wiki/Systematic_Evolution_of_Ligands_by_Exponential_Enrichment</a><br />
<a title="http://aptamer.icmb.utexas.edu/" href="http://aptamer.icmb.utexas.edu/" target="_blank">http://aptamer.icmb.utexas.edu/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/aptamer-competitor-of-antibody/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อนุภาคนาโน: สองหมัดน๊อคมะเร็ง</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/nano_particles/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/nano_particles/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Jun 2011 17:40:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Palang Chotsiri</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Biomaterial]]></category>
		<category><![CDATA[Biosensors]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Medicine]]></category>
		<category><![CDATA[Research]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[Biomed]]></category>
		<category><![CDATA[Materials]]></category>
		<category><![CDATA[nanoparticles]]></category>
		<category><![CDATA[นำส่งยา]]></category>
		<category><![CDATA[เลือด]]></category>
		<category><![CDATA[โมเลกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมะเร็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=2236</guid>
		<description><![CDATA[อนุภาคนาโนถูกใช้เพื่อผลลัพท์ของการนำส่งยาไปยังเซลล์มะเร็งที่ดีขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากระบบจากจับตัวของเลือดในร่างกาย นักวิจัยได้ออกแบบอนุภาคนาโนที่สามารถค้นหาเซลล์เนื้อร้าย และหลังจากนั้นก็ส่งสัญญาณเรียกอนุภาคนาโนอีกชนิดหนึ่งเพื่อขนส่งยามาฆ่าเซลล์มะเร็งได้ถูกที่ Sangeeta Bhatia นักชีววิศวกรรม แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่แมสซาซูเสตต์ และเพื่อนร่วมงานของเธอพบว่า เธอสามารถเพิ่มปริมาณยาที่ส่งไปยังเซลล์มะเร็งในหนูได้ถึง 40 เท่าเทียบกับกลุ่มควบคุม เมื่อใช้อนุภาคนาโนสองชนิดร่วมกัน ซึ่งเซลล์เนื้องอกในกลุ่มที่ใช้อนุภาคนาโนสองชนิดหยุดการเจริญเติบโตทันที ในขณะที่หนูกลุ่มที่ได้รับอนุภาคนาโนเพียงแค่หนึ่งชนิด เซลล์เนื้องอกก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้ต่อไปได้ ทีมของ Bhatia ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสามารถของระบบการจับตัวเป็นลิ่มของเลือดเพื่อเพิ่มการตอบสนองที่มากขึ้นที่บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ การจับตัวเป็นลิ่มของเลือดเกิดจากปฏิกิริยาต่อเนื่องที่นำไปสู่โครงสร้างที่ประสานกันของโปรตีนที่ชื่อว่า ไฟบริน ทีมนักวิจัยได้ออกแบบอนุภาคนาโนที่ได้อาศัยปฏิกิริยาต่อเนื่องของการจับตัวเป็นลิ่มของเลือด “เราใช้กระบวนการขยายสัญญาณโดยธรรมชาติของร่างกายเพื่อที่จะให้ยาตรงไปสู่เป้าหมายได้มากขึ้น” Bhahia กล่าว ซึ่งงานวิจัยชี้นนี้ได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature material [1] แบ่งหน้าที่กันทำ ณ ขณะนี้ มีการใช้อนุภาคนาโนเพื่อขนส่งยาและจำเพาะต่อเป้าหมายหลายประเภท ซึ่งอยู่ในการทดลองทางคลีนิคอยู่อีกหลายชนิด โดยที่อนุภาคเหล่านี้บางชนิด มีการใช้โมเลกุลหลายชนิดที่จำเพาะเจาะจงต่อตัวรับสัญญาณที่เซลล์เป้าหมายได้ แต่ว่าทีมของ Bhatia ได้ตัดสินใจที่จะแบ่งหน้าที่ของอนุภาคนาโนแต่ละชนิด โดยแบ่งเป็นอนุภาคนาโนที่ทำหน้าที่ไปค้นหาเซลล์เนื้อร้าย และอนุภาคนาโนที่ทำหน้าที่ขนส่งยา อนุภาคนาโนที่ใช้เพื่อค้นหาเซลล์เนื้อร้าย เป็นแท่งทองคำนาโน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะไปอุดรูที่ใหญ่ผิดปกติของเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเนื้อร้ายได้พอดี เมื่อมีแสงความถี่ใกล้อินฟาเรดส่องมาที่แท่งทองคำนาโนนี้ มันก็จะร้อนมากขึ้นจนเพียงพอที่จะทำลายเซลล์บริเวณนั้นได้ ซึ่งเมื่อเซลล์ถูกทำลาย จะเกิดกระตุ้นปฏิกิริยาการเกิดลิ่มเลือดเพื่อมาปิดที่บริเวณที่เสียหายนั้นๆ หลังจากหมดปฏิกิริยาต่อเนื่องของการเกิดลิ่มเลือด เอ็มไซม์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Factor XIII cross-links fibrin ก็เริ่มที่จะเกิดปฏิกิริยาสร้างลิ่มเลือด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อนุภาคนาโนถูกใช้เพื่อผลลัพท์ของการนำส่งยาไปยังเซลล์มะเร็งที่ดีขึ้น</strong></p>
<div id="attachment_2272" class="wp-caption aligncenter" style="width: 570px"><a rel="attachment wp-att-2272" href="http://www.biomed.in.th/nano_particles/nano_particles/"><img class="size-medium wp-image-2272" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/06/nano_particles-560x313.jpg" alt="nano particles 560x313 อนุภาคนาโน: สองหมัดน๊อคมะเร็ง" width="560" height="313" title="อนุภาคนาโน: สองหมัดน๊อคมะเร็ง" /></a><p class="wp-caption-text">“อนุภาคส่งสัญญาณ” เข้าสู่เซลล์เนื้อร้ายแล้วกระตุ้นให้เลือดมาจับตัวกันซึ่งดึงดูด “อนุภาครับสัญญาณ” ที่เป็นอนุภาคที่ใช้เพื่อขนส่งยา ภาพโดย G. Carlson</p></div>
<p>ด้วยการใช้ประโยชน์จากระบบจากจับตัวของเลือดในร่างกาย นักวิจัยได้ออกแบบอนุภาคนาโนที่สามารถค้นหาเซลล์เนื้อร้าย และหลังจากนั้นก็ส่งสัญญาณเรียกอนุภาคนาโนอีกชนิดหนึ่งเพื่อขนส่งยามาฆ่าเซลล์มะเร็งได้ถูกที่<span id="more-2236"></span></p>
<p>Sangeeta Bhatia นักชีววิศวกรรม แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่แมสซาซูเสตต์ และเพื่อนร่วมงานของเธอพบว่า เธอสามารถเพิ่มปริมาณยาที่ส่งไปยังเซลล์มะเร็งในหนูได้ถึง 40 เท่าเทียบกับกลุ่มควบคุม เมื่อใช้อนุภาคนาโนสองชนิดร่วมกัน ซึ่งเซลล์เนื้องอกในกลุ่มที่ใช้อนุภาคนาโนสองชนิดหยุดการเจริญเติบโตทันที ในขณะที่หนูกลุ่มที่ได้รับอนุภาคนาโนเพียงแค่หนึ่งชนิด เซลล์เนื้องอกก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้ต่อไปได้</p>
<p>ทีมของ Bhatia ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสามารถของระบบการจับตัวเป็นลิ่มของเลือดเพื่อเพิ่มการตอบสนองที่มากขึ้นที่บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ การจับตัวเป็นลิ่มของเลือดเกิดจากปฏิกิริยาต่อเนื่องที่นำไปสู่โครงสร้างที่ประสานกันของโปรตีนที่ชื่อว่า ไฟบริน</p>
<p>ทีมนักวิจัยได้ออกแบบอนุภาคนาโนที่ได้อาศัยปฏิกิริยาต่อเนื่องของการจับตัวเป็นลิ่มของเลือด “เราใช้กระบวนการขยายสัญญาณโดยธรรมชาติของร่างกายเพื่อที่จะให้ยาตรงไปสู่เป้าหมายได้มากขึ้น” Bhahia กล่าว ซึ่งงานวิจัยชี้นนี้ได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature material [1]</p>
<p><strong>แบ่งหน้าที่กันทำ</strong></p>
<p>ณ ขณะนี้ มีการใช้อนุภาคนาโนเพื่อขนส่งยาและจำเพาะต่อเป้าหมายหลายประเภท ซึ่งอยู่ในการทดลองทางคลีนิคอยู่อีกหลายชนิด โดยที่อนุภาคเหล่านี้บางชนิด มีการใช้โมเลกุลหลายชนิดที่จำเพาะเจาะจงต่อตัวรับสัญญาณที่เซลล์เป้าหมายได้</p>
<p>แต่ว่าทีมของ Bhatia ได้ตัดสินใจที่จะแบ่งหน้าที่ของอนุภาคนาโนแต่ละชนิด โดยแบ่งเป็นอนุภาคนาโนที่ทำหน้าที่ไปค้นหาเซลล์เนื้อร้าย และอนุภาคนาโนที่ทำหน้าที่ขนส่งยา</p>
<p>อนุภาคนาโนที่ใช้เพื่อค้นหาเซลล์เนื้อร้าย เป็นแท่งทองคำนาโน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะไปอุดรูที่ใหญ่ผิดปกติของเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเนื้อร้ายได้พอดี เมื่อมีแสงความถี่ใกล้อินฟาเรดส่องมาที่แท่งทองคำนาโนนี้ มันก็จะร้อนมากขึ้นจนเพียงพอที่จะทำลายเซลล์บริเวณนั้นได้ ซึ่งเมื่อเซลล์ถูกทำลาย จะเกิดกระตุ้นปฏิกิริยาการเกิดลิ่มเลือดเพื่อมาปิดที่บริเวณที่เสียหายนั้นๆ</p>
<p>หลังจากหมดปฏิกิริยาต่อเนื่องของการเกิดลิ่มเลือด เอ็มไซม์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Factor XIII cross-links fibrin ก็เริ่มที่จะเกิดปฏิกิริยาสร้างลิ่มเลือด ขณะเดียวกัน อนุภาคนาโนที่บรรจุยา ที่เรียกว่า อนุภาครับสัญญาณ ที่มีส่วนของโปรตีน Factor XIII บนผิวของมัน จะถูกดึงดูดจากกระบวนการเกิดลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นบริเวณเซลล์เนื้อร้าย ซึ่งในที่สุดแล้ว ยา ที่บรรจุอยู่ในอนุภาครับสัญญาณ จะถูกนำส่งไปส่งให้บริเวณเนื้อร้าย โดยจากการทดลองพบว่าปริมาณยาที่ถูกนำไปส่งบริเวณเนื้อร้ายเพิ่มขึ้นมากกว่าวิธีเดิมได้ถึง 40 เท่า</p>
<p>วิธีนี้ดีขึ้นมากกว่าการใช้อนุภาคนาโนแบบอื่นๆ ที่เคยถูกนำเสนอมา ซึ่งโดยปกติแล้ว วิธีใช้อนุภาคนาโนชนิดอื่นๆ จะสามารถเพิ่มปริมาณยาที่นำส่งได้ประมาณ 2-7 เท่า Omid Farokhzad กล่าว “สิ่งที่ค้นพบใหม่ในที่นี้ก็คือ ระบบที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างสิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้เกิดการสะสมของอนุภาคนาโน”</p>
<p><strong>ความซับซ้อนของการเกิดลิ่มเลือด</strong></p>
<p>“นี่เป็นการเดินที่มาถูกทางแล้ว” Farokhzad กล่าว “สำหรับเรื่องการคิดค้น แต่ว่ายังคงเหลืองานอีกมากมายสำหรับใช้ประโยชน์ของการค้นพบนี้ในระดับคลีนิค”</p>
<p>ความท้าทายแรกก็คือเราจะต้องมั่นใจว่าอนุภาคนาโน ได้ไปกระตุ้น และทำให้เกิดลิ่มเลือดเฉพาะบริเวณของเซลล์เนื้อร้ายที่เราต้องการเท่านั้น เพราะว่าโดยปกติแล้วผู้ป่วยที่เป็นโรงมะเร็งจะมีโอกาสที่จะเกิดลิ่มเลือดได้ในทุกๆ ส่วนในร่างกาย Anil Sood นักมะเร็งวิทยากล่าวว่า “ถ้าคุณต้องการที่จะกระตุ้นให้เลือดจับตัวเป็นก้อน คุณจะต้องจำเพาะจงเฉพาะบริเวณที่ต้องการเท่านั้น เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกาย”</p>
<p>Bhatia สารภาพว่าระบบที่เธอเสนอนั้นเป็นระบบที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยที่ทีมงานของเธอกำลังพัฒนางานนี้เพื่อให้ระบบมันง่ายขึ้น แต่ทว่า โรคมะเร็ง เป็นโรคที่ซับซ้อน Dan Peer นักเทคโนโลยีระดับนาโน กล่าวว่า “บางที่ผลลัพท์อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดก็ได้”</p>
<p><strong>ที่มา: </strong>http://www.nature.com/news/2011/110619/full/news.2011.374.html<br />
<strong>อ้างอิง</strong><br />
[1] von Maltzahn, G. et al. Nature Materials advance online publication doi:10.1038/nmat3049 (2011).</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/nano_particles/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การใช้อนุภาคทองคำระดับนาโน ช่วยส่งยาฆ่าเซลล์มะเร็ง</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/gold-nanoparticles-use-dna-to-deliver-dox-anti-cancer-drug/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/gold-nanoparticles-use-dna-to-deliver-dox-anti-cancer-drug/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Mar 2011 08:59:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sarapuk</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[cancer]]></category>
		<category><![CDATA[Chemotherapy]]></category>
		<category><![CDATA[DOX]]></category>
		<category><![CDATA[Doxorubicin]]></category>
		<category><![CDATA[Gold nanoparticles]]></category>
		<category><![CDATA[Nanotechnology]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีบำบัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=1980</guid>
		<description><![CDATA[การทดลองเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า ระบบขนส่งยาตัวนี้ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) ซืึ่งปัจจุบันยา DOX ถูกนำใช้ในการรักษา มะเร็งเต้านม มะเร็งไขกระดูก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งรังไข่ มะเร็งปอด ฯลฯ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1985" class="wp-caption aligncenter" style="width: 550px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/03/Gold-nanoparticles.jpg"><img class="size-medium wp-image-1985 " title="GoldNanoGraphic" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/03/Gold-nanoparticles-600x424.jpg" alt="Gold nanoparticles 600x424 การใช้อนุภาคทองคำระดับนาโน ช่วยส่งยาฆ่าเซลล์มะเร็ง" width="540" height="382" /></a><p class="wp-caption-text">อนุภาคทองคำระดับนาโน </p></div>
<p>นักวิจัยจากภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัย Syracuse University ประเทศอเมริกา ได้ทำการสร้างระบบขนส่งยาที่คาดว่าจะสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ โดยใช้อนุภาคของทองคำในระดับนาโนเมตร ซึ่งถูกติดด้วย DNA ที่มียาทำลายเซลล์มะเร็งที่ชื่อ Doxorubicin หรือ DOX แทรกอยู่ภายในโมเลกุล (โครงสร้างดังรูปด้านบน)<span id="more-1980"></span></p>
<p>การทดลองเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า ระบบขนส่งยาตัวนี้จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy)ได้ ในปัจจุบันยา DOX ถูกนำใช้ในการรักษา มะเร็งเต้านม มะเร็งไขกระดูก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งรังไข่ มะเร็งปอด ฯลฯ</p>
<p>&#8220;ความเป็นไปได้ของระบบใหม่นี้ มันน่าตื่นเต้นจริงๆ&#8221; -ศาสตราจารย์ James C. Dabrowiak กล่าว &#8220;ยกตัวอย่าง ความเป็นไปได้ของระบบนี้ เช่น มันง่ายมากที่จะเพิ่มความจำเพาะต่อเซลล์มะเร็งให้กับอนุภาค หรือสามารถกระตุ้นอนุภาคด้วยแสง เพื่อให้ปล่อยยาความเข้มข้นสูงออกมาตามจุดเป้าหมาย ภายในเซลล์มะเร็ง&#8221;</p>
<p>การพัฒนานี้จะช่วยให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดนั้นมีประสิทธิภาพดีขึ้น ลดผลกระทบต่อร่างกายของผู้ป่วย องค์ประกอบที่สำคัญของระบบนี้คือ DNA ที่จับอยู่บนอนุภาคทองคำ โดยถูกปรับแต่งให้สามารถจับกับ DOX ที่เป็นยาฆ่าเซลล์มะเร็ง การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า DOX สามารถจับกับ Receptor ของโมเลกุล DNA ได้อย่างดี</p>
<p>ตัวอนุภาคทองคำมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.5 นาโนเมตร ในตัวอนุภาคหนึ่งตัวมีส่วนของ DOX จับอยู่มากกว่า 100 ตำแหน่ง เมื่อนำไปคูณกับจำนวนของอนุภาคที่มีจำนวนเป็นล้าน ก็จะทำให้ได้ปริมาณของยาสูงมาก และความสามารถในการฆ่าเซลล์มะเร็งก็จะสูงอย่างมากเช่นกัน ข้อดีอีกอย่างของระบบใหม่นี้คือ DOX ยาฆ่าเซลล์มะเร็งนั้นผ่านการรับรอง FDA แล้ว นอกจากนั้นยาในกลุ่มอื่นๆก็สามารถที่จะนำมาใช้ในระบบนี้ได้เช่นกัน</p>
<p>นักวิจัย ยังต้องตรวจสอบความเป็นพิษต่อร่างกายของระบบต่อไป และจะมีการทดสอบความสามารถของอนุภาคในการยึดเกาะเซลล์มะเร็ง และการทดสอบการกระตุ้นให้มีการปล่อยยาออกมาทำลายเซลล์มะเร็ง นี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบระบบขนส่งยาแบบใหม่ เพื่อรักษามะเร็งในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้</p>
<p>ที่มา-<a href="http://www.prnewswire.com/news-releases/new-drug-delivery-system-to-improve-cancer-treatment-118070539.html" target="_blank">prnewswire.com</a> via-<a href="http://www.medgadget.com/archives/2011/03/researchers_use_gold_nanoparticles_as_drug_carrier_in_new_cancer_treatment.html" target="_blank">medgadget.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/gold-nanoparticles-use-dna-to-deliver-dox-anti-cancer-drug/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อนุภาคยืดหยุ่น ทางเลือกใหม่สู่การนำส่งยา</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/pliable-particles-open-door-to-drug-delivery/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/pliable-particles-open-door-to-drug-delivery/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Jan 2011 10:37:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Palang Chotsiri</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Biomaterial]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Research]]></category>
		<category><![CDATA[blood]]></category>
		<category><![CDATA[Chemistry]]></category>
		<category><![CDATA[drug delivery]]></category>
		<category><![CDATA[hydrogel]]></category>
		<category><![CDATA[Microscopy]]></category>
		<category><![CDATA[nature]]></category>
		<category><![CDATA[นำส่งยา]]></category>
		<category><![CDATA[ยา]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดเลือดแดง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=1585</guid>
		<description><![CDATA[นักวิจัยทราบว่าโครงสร้างของอนุภาคมีผลต่อ ความสามารถของยาที่จะกระจายออกไปทั่วร่างกาย และระยะเวลาที่ยานั้นๆ จะหมุนเวียนอยู่ในระบบเลือดของเรา โดยที่อนุภาคขนาดเล็กจะหมุนเวียนอยู่ในร่างกายของเรานานกว่า เพราะว่ามันสามารถที่จะเคลื่อนที่ผ่านเส้นเลือดขนาดเล็กๆ ไปได้ง่าย ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em>แผ่นดิสต์ไฮโดรเจลที่ยืดหยุ่นขนาด 6 ไมโครเมตร สามารถเคลื่อนที่ในระบบไหลเวียนโลหิตของหนูได้ยาวนานยิ่งขึ้น</em></p>
<p>Timothy Merkel และ Joseph DeSimone มหาวิทยาลัยแคโรลินาเหนือ</p>
<div id="attachment_1586" class="wp-caption alignnone" style="width: 535px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/01/blood_hydrogel.jpg"><img class="size-full wp-image-1586" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/01/blood_hydrogel.jpg" alt="blood hydrogel อนุภาคยืดหยุ่น ทางเลือกใหม่สู่การนำส่งยา" width="525" height="358" title="อนุภาคยืดหยุ่น ทางเลือกใหม่สู่การนำส่งยา" /></a><p class="wp-caption-text">flexible microparticles modelled on red blood cells</p></div>
<p>จากการศึกษาเร็วๆ นี้ ได้แสดงถึง อนุภาคที่จำลองมาจากเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่สามารถพับ ยืดหยุ่น หรือบิดงอได้ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนา ยาที่ส่งผลยาวนานขึ้น และเฉพาะเจาะจงต่อเป้าหมายมากขึ้น หรือแม้กระทั้งได้เพิ่มความน่าจะเป็นที่จะสร้างเลือดสังเคราะห์ขึ้นมาได้</p>
<p>นักวิจัยทราบว่าโครงสร้างของอนุภาคมีผลต่อ ความสามารถของยาที่จะกระจายออกไปทั่วร่างกาย และระยะเวลาที่ยานั้นๆ จะหมุนเวียนอยู่ในระบบเลือดของเรา โดยที่อนุภาคขนาดเล็กจะหมุนเวียนอยู่ในร่างกายของเรานานกว่า เพราะว่ามันสามารถที่จะเคลื่อนที่ผ่านเส้นเลือดขนาดเล็กๆ ไปได้ง่าย จากงานวิจัยที่ผ่านมา นักวิจัยได้โฟกัสไปที่ขนาด และรูปร่างของอนุภาค โดยในขณะนี้ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคโรลินาเหนือ ได้เน้นถึงความแตกต่างของความยืดหยุ่น จากการสร้างอนุภาคขนาดเล็ก (microparticles) ที่จำลองลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดแดง [1]</p>
<p>นักเรียนระดับบัณฑิตศึกษาด้านเคมี Timothy Merkel ที่ทำงานกับนักเคมี Joseph DeSimone และคณะนักวิจัย ได้สร้าง อนุภาคขนาดเล็ก ที่เรียกว่าไฮโดรเจล ที่มีจำลองลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดแดงของหนู จากการเทคนิคที่ได้ถูกพัฒนาในแลบของ DeSimone ที่รู้จักกันในชื่อของ การสร้างอนุภาคซ้ำในแม่แบบที่ไม่เปียก (particle replication in nonwetting template: PRINT) โดยที่ ไฮโดรเจล ถูกผลักเข้าไปในแม่พิมพ์โดยลูกกลิ้ง เพื่อสร้างเป็นแผ่นดิสต์กลมๆ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 ไมโครเมตร</p>
<p>จากการปรับสัดส่วนของสารเคมีในอนุภาค นักวิจัยก็สามารถที่จะสร้างสิ่งที่คล้ายกับเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ถึง 4 ระดับที่แตกต่างกัน</p>
<p>ซึ่งการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของอนุภาคนั้น ได้ถูกพิจารณาว่ามีอิทธิพลต่อระยะเวลาที่มันจะอยู่ในร่างกาย และบริเวณที่มันจะกระจายตัวไปอยู่ ปกติแล้วเซลล์เม็ดเลือดแดงจะทำงานตลอดช่วงชีวิตของมัน ซึ่งประมาณ 120 วัน  เมื่อมันมีอายุครบกำหนด มันจะเริ่มแข็งตัว ซึ่งทำให้ความสามารถในการเคลื่อนที่ผ่านเส้นเลือดในม้ามต่ำลง และจะถูกม้ามกำจัดต่อไป</p>
<p>ถึงแม้ว่าจะมีการศึกษามาก่อนหน้านี้แล้ว [2, 3] เกี่ยวกับความสามารถของอนุภาคในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างที่จำลองมาจากเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่ทว่า การศึกษาในครั้งนี้ได้ใช้ การจำลองจากสัตว์ที่มีชีวิต เพื่อวิเคราะห์ ไฮโดรเจลที่จำลองเซลล์เม็ดเลือดแดงที่สังเคราะห์มาได้ ความยืดหยุ่น และความเข้ากันได้ทางชีวภาพของ โพลิเมอร์ของไฮโดรเจล ได้เพิ่มความน่าสนใจของมันในงานวิจัยทางด้านเคมีชีวภาพ “เราเป็นการทดสอบครั้งแรกในระบบของสิ่งมีชีวิต” Mekel กล่าว</p>
<p><strong>เพื่อนที่ยืดหยุ่น</strong><strong> </strong></p>
<p>ในสองการวิเคราะห์  Merkel และคณะวิจัยได้พบว่า อนุภาคที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด จะไหลเวียนได้นานกว่าเสมอ ในการทดลองแรก อนุภาคที่เคลื่อนที่ผ่านแบบจำลองที่ต้องการแผ่นดิสต์ขนาด 6 ไมโครเมตร เพื่อที่จะรีดให้ผ่านครึ่งหนึ่งของเส้นผ่านศุนย์กลางของมัน <a href="http://www.youtube.com/watch?v=ADQXYjmrVQE">(ดูวีดีโอ)</a></p>
<p>ในการทดลองถัดมา นักวิจัยฉีดอนุภาคเข้าไปในในกระแสเลือดของหนูที่ยังมีชีวิตอยู่ และเฝ้าสังเกตการกระจายตัวในทุกๆ สองวินาที จนครบสองชั่วโมง จากการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบเลเซอร์ โดยจากทั้งสองการทดลอง เขาพบว่า อนุภาคที่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า จะถูกกำจัดออกมาจากระบบไหลเวียนโลหิตได้เร็วกว่า ในทางกลับกัน อนุภาคที่ยืดหยุ่นมากกว่าจะอยู่ได้นานกว่า (ในหนู พบว่าอยู่ได้นานกว่าถึง 30 เท่าของอนุภาคที่แข็ง)</p>
<div id="attachment_1587" class="wp-caption alignleft" style="width: 270px"><a rel="attachment wp-att-1587" href="http://www.biomed.in.th/pliable-particles-open-door-to-drug-delivery/blood_hydrogel2/"><img class="size-full wp-image-1587" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2011/01/blood_hydrogel2.jpg" alt="blood hydrogel2 อนุภาคยืดหยุ่น ทางเลือกใหม่สู่การนำส่งยา" width="260" height="160" title="อนุภาคยืดหยุ่น ทางเลือกใหม่สู่การนำส่งยา" /></a><p class="wp-caption-text">The more flexible particles</p></div>
<p>“มันคือสิ่งที่เราคาดหวังไว้ตั้งแต่แรกแล้ว” Merkel กล่าว สำหรับการอยู่ในระบบไหลเวียนโลหิตที่ยาวนานขึ้น แต่สิ่งที่คาดหวังที่น้อยกว่าก็คือ การอธิบายว่า อนุภาคที่มีความยืดหยุ่นต่างๆ กัน จะไปรวมตัวกันที่อวัยวะต่างๆ กันได้อย่างไร หลังจากการทดลองในหนูที่ยังมีชีวิตอยู่ หนูได้ถูกฆ่าเพื่อที่จะตรวจตัวสอบอวัยวะภายใน</p>
<p>คณะนักวิจัยพบว่า อนุภาคที่ยืดหยุ่นน้อยที่สุด จะติดอยู่ที่ตำแหน่งแรกของเส้นเลือดที่มีขนาดเล็กที่สุด นั่นคือที่ปอด “เราไม่ได้คิดว่าเราจะพบอะไรที่ไม่คาดคิดมากกว่านี่” DeSimone กล่าว</p>
<p><strong> </strong><strong>เลี่ยงอวัยวะ</strong><strong> </strong></p>
<p>ในทางตรงกันข้ามกัน คณะนักวิจัยได้พบว่า ส่วนมากของอนุภาคที่ยืดหยุ่นที่สุด จะมาสิ้นสุดที่ที่ม้าม กล่าวคือ ส่วนมากจะเลี่ยงการผ่านตับได้ การค้นพบนี้มีประโยชน์โดยนัย DeSimone กล่าวว่า “มันมียามากมายที่เราไม่เห็นในตลาด เพราะว่ามันถูกคัดออกเนื่องจากมีพิษต่อตับ” เช่นเดียวกับที่ Merkel กว่าวว่า “การเลี่ยงการผ่านตับสามารถที่จะเปิดช่วงการรักษาได้อย่างมาก”</p>
<p>นักวิจัยเกียวกับไฮโดรเจลกลุ่มอื่นได้ชื่นชมกับการค้นพบนี้ “มันค่อนข้างน่าตื่นเต้นเลยที่เดียวที่เห็นระดับการสะสมในตับค่อนข้างต่ำ” Patrick Doyle, วิศวกรเคมีที่สถาบันเทคโนโลยีเมสซาซูเซ็ตส์ ผู้ที่กำลังวิจัยเรื่องรูปร่าง และการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของไฮโดรเจล กล่าว</p>
<p>Doyle ยังคงแสดงความกระตือรือร้นสำหรับก้าวต่อไปของงานวิจัยเกียวกับวิศวกรรมเคมี “ผมคิดว่าการค้นพบนี้กำลังปลุกเร้าถึงงานวิจัยในด้านที่เดียวข้องกับ อนุภาคขนาดเล็กตามต้องการ สำหรับการนำส่งยา”</p>
<p>DeSimone เสนอว่า ถ้าการศึกษาในอนาคตเผยถึงสิ่งที่คณะวิจัยของเขาได้พบ ผลงานจิจัยควรจะถูกประยุกต์ใช้ในหลายๆ ด้าน อาทิ การผลิตเลือดสังเคราะห์ การพัฒนายาที่ทำงานได้นานขึ้น หรือนำส่งไปยังเป้าหมายได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยารักษาโรคมะเร็ง) หรือแม้กระทั่ง ศักยภาพสำหรับการใช้ในการกำจัด หรือทำลายสารอันตรายในร่างกาย “ลองนึกถาพว่าถ้าคุณสามารถกำจัดคลอเรสเทอรอลได้สิ” DeSimone เสนอ ยาที่สามารถจะถูกประดิษฐ์ได้ อาจสามารถทำตัวเหมือนกับ “รถบรรทุกที่ว่างเปล่า ที่สามารถขับไปรอบๆ เพื่อที่จะเติมอะไรเข้ามาก็ได้ และสามารถที่จะเหนี่ยวไกให้ถูกกำจัดออกไปได้ทุกเมื่อ”</p>
<p>ถึงแม้ว่าการค้นพบเบื้องต้นเหล่านี้เป็นคำสัญญาในเบื้องหน้า แต่เลือดสังเคราะห์ก็ไม่ได้ไกลเกินกว่าที่เราจะคาดถึง DeSimone กล่าวอย่างมีหวังว่า การประยุกต์ใช้สำหรับการนำส่งยารักษาโรคมะเร็งน่าที่จะอยู่ในช่วงการศึกษาทางคลีนิคในอีกสี่ปีข้างหน้า</p>
<p><strong>อ้างอิง</strong></p>
<p>[1] Merkel, T. et al. Proc. Natl Acad. Sci. USA advance online publication doi:10.1073/pnas.1010013108 (2011).</p>
<p>[2] Haghgooie, R., Toner, M. &amp; Doyle, P. S. Macromol. Rapid Comm. 31, 128-134 (2010).</p>
<p>[3] Doshi, N., Zahr, A. S., Bhaskar, S., Lahann, J. &amp; Mitragotri, S. Proc. Natl Acad. Sci. USA 106, 21495-21499 (2009).</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.nature.com/news/2011/110110/full/news.2011.6.html">http://www.nature.com/news/2011/110110/full/news.2011.6.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/pliable-particles-open-door-to-drug-delivery/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทโลเมอร์เรส ย้อนอายุ</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/telomerase-reverses-ageing-process/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/telomerase-reverses-ageing-process/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Dec 2010 18:57:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Palang Chotsiri</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Medicine]]></category>
		<category><![CDATA[Research]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[4-OHT]]></category>
		<category><![CDATA[age]]></category>
		<category><![CDATA[ageing process]]></category>
		<category><![CDATA[DNA]]></category>
		<category><![CDATA[nature]]></category>
		<category><![CDATA[telomerase]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ต้นกำเนิด]]></category>
		<category><![CDATA[เทโลเมอร์เรส]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นไซม์]]></category>
		<category><![CDATA[โครโมโซม]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมะเร็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=1450</guid>
		<description><![CDATA[จาการศึกษาในหนูพบว่า การแก่ก่อนวัยสามารถย้อนกลับเป็นหนุ่มสาวอีกครั้งได้จากเอ็นไซม์ที่ช่วยปกป้องปลายของโครโมโซม หนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อไม่ให้มีเอ็นไซม์ที่ชื่อว่า เทโลเมอร์เรส ซึ่งทำให้มันแก่ก่อนวัยอันควร แต่ว่ามันกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเอ็นไซม์ตัวนี้กลับมา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1452" class="wp-caption alignnone" style="width: 570px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2010/11/telomere_image-prv1.jpg"><img class="size-full wp-image-1452" title="telomere_image-prv" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2010/11/telomere_image-prv1.jpg" alt="telomere image prv1 เทโลเมอร์เรส ย้อนอายุ" width="560" height="447" /></a><p class="wp-caption-text">Protecting chromosome tips doesn&#39;t just prevent ageing. It can reverse it.Peter Lansdorp/Visuals Unlimited/Corbis</p></div>
<p><em>การแก่ก่อนวัยสามารถย้อนกลับเป็นหนุ่มสาวอีกครั้งได้จากเอ็นไซม์ที่ช่วยปกป้องปลายของโครโมโซม จาการศึกษาในหนู</em></p>
<p>หนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อไม่ให้มีเอ็นไซม์ที่ชื่อว่า เทโลเมอร์เรส ซึ่งทำให้มันแก่ก่อนวัยอันควร แต่ว่ามันกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเอ็นไซม์ตัวนี้กลับมา การค้นพบนี้ ได้ดีพิมพ์ในนิตยสารเนเจอร์ [1] ซึ่งใบ้ให้เราทราบว่า โรคหรือความผิดปกติที่เกิดจากความชราของร่างกาย สามารถที่จะรักษาได้โดยการกระตุ้นการทำงานของเอ็มไซม์ เทโลเมอร์เรส</p>
<p>ยิ่งกว่านั้น มันยังแสดงถึงความเป็นไปได้สำหรับการชลอความชราในมนุษย์ โดยการกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ในเซลล์ที่มันหยุดทำงานไปแล้ว Ronald DePinho กล่าว นักพันธุศาตร์โรคมะเร็ง สถาบันมะเร็ง Dana-Farber หัวหน้านักวิจัยชิ้นนี้ “นี่สื่อความหมายให้คิดเกี่ยวกับ เทโลเมอร์เรส สำหรับการป้องกันความชรา”</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มก็กล่าวว่า การใช้หนูในการทดลองเรื่อง เทโลเมอร์เรส นั้น เป็นกลุ่มตัวอย่างการศึกษาที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะว่า เทโลเมอร์เรส ในมนุษย์นั้นยังเกียวข้องกับการเจริญเติบโตของเนื้อร้ายอีกด้วย</p>
<p><strong>สาวชั่วนิรันดร์</strong></p>
<p>หลังจาการค้นพบในช่วงปี ค.ศ. 1980 เทโลเมอร์เรส ก็ได้มีชื่อเสียงในเรื่องต้นกำเนิดของความหนุ่มสาว โครโมโซมมีส่วนปลายที่เป็นช่วงของ DNA ที่ซ้ำๆ กัน ซึ่งเรียกว่า เทโลเมียร์ ในทุกๆ ครั้งที่เกิดการแบ่งเซลล์ เทโลเมียร์ ก็ค่อยๆ สั้นลงๆ กล่าวคือ ค่อยๆ ช่วยให้เซลล์หยุดการแบ่งตัว และตายในที่สุด เทโลเมอร์เรส ช่วยป้องกันการเสื่อมโทรมของในเซลล์บางชนิด อาทิ เซลล์ต้นกำเนิด (stem cell) ด้วยการสังคราะห์ เทโลเมียร์ ให้ยาวขึ้น และความหวังอยู่ที่การกระตุ้นการทำงานเอ็มไซม์ที่ช่วยให้ชลอการแก่ตัวของเซลล์นี่เอง</p>
<p>ถึงสองทศวรรษ ที่นักวิจัยพยายามศึกษาบทบาทของ เทโลเมอร์เรส ที่เกียวข้องกับความชราซึ่งมันแต่ต่างการความคิดครั้งแรกน้อยมาก สำหรับในบางการศึกษาพบว่า ความสั้นของเทโลเมียร์เกียวข้องกับการเสียชีวิตก่อนกำหนด แต่ในขณะที่การศึกษาอื่นๆ ก็ล้มเหลวที่จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์นี้ สำหรับบางคงที่เป็นโรคที่หายากที่เกิดจากการที่มี เทโลเมียร์สั้น หรือ เกิดการเปลี่ยนแปลง เทโลเมียร์ ซึ่งเขาดูเหมือนว่าจะแก่ก่อนวัยอันควร ถึงแม้ว่าอวัยวะบางอวัยวะจะได้รับผลกระทบมากกว่าอวัยวะอื่นก็ตาม</p>
<p>“นี่ไม่ใช่การศึกษาความชราแบบบกติ แต่ว่า ความชราในหนูทำให้เกิดความผิดปกติทั้งหมด”</p>
<p>David Harrison <em>Jackson Laboratory, Bar Harbor, Maine</em></p>
<p>เมื่อหนูถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้ไม่มี เทโลเมอร์เรส โดยสมบูรณ์ เทโลเมียร์ ก็ค่อยๆ สั้นลงเมื่อมีการแบ่งเซลล์ไปเรื่อยๆ หนูเหล่านี้แกขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าหนูปกติ มันแทบจะไม่มีการเจริญพันธ์เลย และยังเจ็บป่วยจากโรคที่เกียวข้องกับความชรา อาทิ โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน และเซลล์ประสาทเสื่อมอีกด้วย รวมถึงการเสียชีวิตตั้งแต่อายุยั้งน้อย “ถ้าคุณเห็นข้อมูลเหล่านี้ คูณก็จะออกมาพร้อมกับความคิดที่ว่า การสูญเสีย เทโลเมอร์เรส เป็นตัวการสำคัญในกระบวนการชรา” DePinho กล่าว</p>
<p>เพื่อที่จะหาว่า ผลที่น่าทึ่งนี้มันย้อนกลับได้ กลุ่มนักวิจัยของ DePinho ได้ดัดแปลงพันธุกรรมของหนู ให้สามารถเปิด-ปิด การแสดงออกของ เทโลเมอร์เรส ได้โดยการให้สารเคมี ที่ชื่อว่า 4-OHT นักวิจัยได้เลี้ยงหนูให้โตขึ้นมาโดยไม่มีเอ็นไซม์ เทโลเมอร์เรส แล้วกระตุ้นให้เกิดการสร้างเอ็นไซม์ เทโลเมอร์เรส เป็นเวลาหนึ่งเดือน แล้วตรวจสุขภาพหนูหนึ่งเดือนหลังจากนั้น</p>
<p>“สิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจ ก็คือว่า ผลที่ย้อนกลับที่เราพบในสัตว์เหล่านี้” DePinho กล่าว เขายังกล่าวถึงผลการทดลองของเขาต่อไปอีกว่า &#8216;Ponce de Leon&#8217; effect ซึ่งได้ชื่อมาจากนักสำรวจชาวสเปน ที่ชื่อว่า Juan Ponce de Leon ที่เขาไปหาน้ำพุแห่งความหนุ่มสาวในตำนาน หนูที่มีริ้วรอยสามารถกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง และมันยังสามารถที่จะกลับมาสู่วัยเจริญพันธุ์ อวัยวะอื่นๆ เช่น ม้าม ตับ และ ลำไส้ ก็สามารถกลับมาสู่สภาพเดิม</p>
<p>การกระตุ้นให้เกิด เทโลเมเรส หนึ่งเดือนที่เขาได้ทดลองนี้ มีผลต่อการย้อนอายุของสมอง หนูที่ได้รับการกระตุ้นหารทำงานของ เทโลเมอร์เรส สามารถสังเกตได้จากสมองที่ใหญ่กว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการกระตุ้น และเซลล์ต้นกำเนิดเซลล์สมองก็สามารถกลับมาทำงานได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง</p>
<p>“มันทำให้เรารู้สึกว่า นี่คือจุดที่เราสามารถย้อน ความผิดปกติทีเกิดจากความชราได้” DePinho กล่าว ยาที่สามารถไปกระตุ้นการทำงานของ เทโลเมอร์เรส ก็มีค่ามากในด้านการรักษาความผิดปกติที่หายากที่เกิดจาก การแก่ก่อนวัยอันควร เขากล่าว และบางที มันก็ยังสามารถช่วยสำหรับสภาพที่เกียวข้องกับความชราอีกด้วย</p>
<p><strong>ความเกียวเนื่องกับมะเร็ง</strong></p>
<p>ด้านลบของ เทโลเมอร์เรส คือ บ่อยครั้งที่พบว่าเทโลเมียร์มันจะกลายพันธ์ในคนที่เป็นมะเร็ง และมันยังช่วยให้เนื้องอก เจริญเติบโตได้เร็วขึ้น แต่ DePinho ก็โต้แย้งว่า เทโลเมอร์เรส ช่วยเซลล์ปกติให้ให้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นเซลล์มะเร็ง จากการปกป้อง DNA ตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว</p>
<p>David Sinclair นักจุลชีววิทยา ที่ โรงเรียนแพทย์ฮาวาร์ท ในบอสตัน เห็นด้วย มันมีหลักฐานที่บอกว่า การทำงานของ เทโลเมอร์เรส มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดเนื้อร้าย เขากล่าวเสริมอีกว่า ถ้าการรักษาสามารถทำได้อย่างปลอดภัย มันจะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ในการทำให้อวัยวะต่างๆ กลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่งในผู้สูงอายุ และยังช่วยรักษาโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความชราได้อีกด้วย</p>
<p>นักวิจัยอื่นๆ ไม่ค่อยเชื่อมั่นเกียวกับ เทโลเมอร์เรส ว่าจะสามารถควบคุมมันได้อย่างปลอดภัยเท่าไรนัก “การคืนชีวิตใหม่จาก เทโลเมอร์เรส มันมีอันตรายมากๆ ถ้าหากยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามันจะไม่ก่อให้เกิดมะเร็งได้” David Harrison นักวิจัยเกียวกับความชราที่ ห้องปฏิบัติการ แจคสัน ใน บาร์ ฮาร์เบอร์ กล่าว</p>
<p>Harrison ยังคงตั้งคำถามที่ว่า หนูที่ไม่มี เทโลเมอร์เรส เป็นแบบจำลองของมนุษย์ที่ดีได้หรือไม่ “นี่ไม่ใช่การศึกษาความชราแบบบกติ แต่ว่า ความชราในหนูทำให้เกิดความผิดปกติทั้งหมด” เขากล่าว Tom Kirkwood ผู้อำนวยการ สถาบันความชราและสุขภาพ มหาวิทยาลัยนิวคาสเทิล เห็นด้วย เขายังชี้ให้เห็นว่า การกร่อนลงไปของ เทโลเมียร์ มันไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เกิดความชราในมนุษย์</p>
<p>DePinho กล่าวว่า เขาก็ทราบว่า มันมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความชรา นอกเหนือกจากการหดสั้นลงของ เทโลเมียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั่วอายุมากๆ เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ซักวันหนึ่ง การบำบัดโดย เทโลเมอร์เรส นั้น น่าจะที่จะใช้ร่วมกับการบำบัดแบบอื่นๆ ที่มันไปยับยั้ง กระบวนการในร่างกายที่เกียวข้องกับความชรา “นี่คือหนึ่งในหลายๆ อย่างที่คุณต้องการทำเพื่อที่จะขยายช่วงชีวิต และสุขภาพที่ดีของคุณ” เขากล่าว</p>
<p><strong>อ้างอิง</strong></p>
<p>[1] Jaskelioff, M. <em>et al</em>. Nature doi:<a href="http://dx.doi.org/10.1038/nature09603" target="_blank">10.1038/nature09603</a> (2010)</p>
<p><strong>ข้อมูลจาก:</strong> <a href="http://www.nature.com/news/2010/101128/full/news.2010.635.html" target="_blank">http://www.nature.com/news/2010/101128/full/news.2010.635.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/telomerase-reverses-ageing-process/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Microneedles เข็มขนาดจิ๋ว ส่งสารละลายเข้าสู่ใต้ผิวหนัง</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/microneedles-insert-the-solution-into-the-skin/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/microneedles-insert-the-solution-into-the-skin/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Aug 2010 18:02:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sarapuk</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Biomaterial]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Medical Imaging]]></category>
		<category><![CDATA[Medicine]]></category>
		<category><![CDATA[Research]]></category>
		<category><![CDATA[2-photon polymerization]]></category>
		<category><![CDATA[Biomaterials]]></category>
		<category><![CDATA[Medical]]></category>
		<category><![CDATA[Microneedles]]></category>
		<category><![CDATA[Microscope]]></category>
		<category><![CDATA[Nanoscale]]></category>
		<category><![CDATA[Nanotechnology]]></category>
		<category><![CDATA[photon polymerization]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Dots]]></category>
		<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[เข็มฉีกยา]]></category>
		<category><![CDATA[โรค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=1095</guid>
		<description><![CDATA[ทีมวิจัยจาก North Carolina State University ได้สร้างเข็มขนาดจิ๋วระดับไมโครเมตร(microneedles) เพื่อใช้ในการรักษาที่ต้องการส่งผ่านสารต่างๆผ่านผิวหนัง หรือการให้สารสีในระดับนาโมเมตรผ่านผิวหนัง ที่เรียกว่า ควอนตัมดอท(quantum dots) วิธีการใหม่นี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินัจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้หลากหลาย ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1096" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a rel="attachment wp-att-1096" href="http://www.biomed.in.th/microneedles-insert-the-solution-into-the-skin/microneedles/"><img class="size-full wp-image-1096" title="microneedles" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2010/08/microneedles.jpg" alt="microneedles Microneedles เข็มขนาดจิ๋ว ส่งสารละลายเข้าสู่ใต้ผิวหนัง" width="400" height="418" /></a><p class="wp-caption-text">Microneedles</p></div>
<p>ทีมวิจัยจาก North Carolina State University ได้สร้างเข็มขนาดจิ๋วระดับไมโครเมตร(microneedles) เพื่อใช้ในการรักษาที่ต้องการส่งผ่านสารต่างๆผ่านผิวหนัง หรือการให้สารสีในระดับนาโมเมตรผ่านผิวหนัง ที่เรียกว่า ควอนตัมดอท(quantum dots)เพื่อใช้ในการวินัจฉัยโรค วิธีการใหม่นี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินัจฉัยและรักษาโรคต่างๆได้หลากหลาย และรวมทั้งโรคมะเร็งผิวหนังด้วย</p>
<p>เข็มขนาดจิ๋วมีขนาดเล็กมากจะเรียงตัวอยู่ในพื้นที่หนึ่ง ที่มีความกว้างหรือยาวของแผ่นเล็กกว่า 1 มิลลิเมตร(0.04 นิ้ว) ดูรูปด้านบนประกอบ Dr. Roger Narayan หัวหน้าทีมวิจัย อธิบายว่า<em> &#8220;แรงจูงใจในการศึกษาคือ เราจะสามารถใช้เข็มขนาดจิ๋วนี้ ในการส่งควอนตัมดอทเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้ ซึ่งเราสามารถผลิตเข็มขนาดจิ๋วจากพลาสติกโดยอาศัยหลักการของแสงเลเซอร์ในการผลิต ซึ่งสามารถผลิตได้อย่างรวดเร็ว และพบว่าเราสามารถส่งผ่านสารละลายผ่านเข็มขนาดจิ๋วนี้ได้&#8221;</em></p>
<p>ทีมวิจัยได้ทำการทดลองใช้เข็มขนาดจิ๋ว กับผิวหนังของสุกร ซึ่งถือได้ว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับผิวหนังมนุษย์ ใช้เข็มขนาดจิ๋ว ที่ทำจากพลาสติก และให้สารละลายผ่านเข็มขนาดจิ๋วเข้าสู่ใต้ผิวหนังสุกร และบันทึกผลการทดลองโดยใช้กล้อง multiphoton microscope เพื่อดูความสามารถในการส่งควอนตัมดอทผ่านผิวหนัง</p>
<p>ในงานวิจัยยังได้แสดงวิธีการสร้างต้นแบบโดยใช้แสงเลเซอร์ในการผลิตได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำการเปลี่ยนแปลงความยาว และรูปร่างของเข็มหลายแบบ ตามความต้องการของแพทยให้เหมาะสมกับการวินิจฉัยหรือการรักษาโรคใดโรคหนึ่งได้ โดยการสร้างเข็มขนาดจิ๋วนี้จะใช้หลักการ <a title="http://www.asdn.net/asdn/nanotools/two-photon_polymerization.shtml" href="http://www.asdn.net/asdn/nanotools/two-photon_polymerization.shtml" target="_blank">2-Photon Polymerization </a>ที่ผลิตโดย NC State และ Laser Zentrum Hannover</p>
<p>ผลงานวิจัยนี้จะได้รับการตีพิมพ์ในเดือนตุลาคม ภายใต้ชื่อ <em>&#8220;Multiphoton microscopy of transdermal quantum dot delivery using two photon polymerization-fabricated polymer microneedles&#8221;</em> ใน RSC Publishing <a href="http://pubs.rsc.org/en/Journals/JournalIssues/FD" target="_blank">Faraday Discussions</a></p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="http://www.gizmag.com/microneedles-and-quantum-dots-could-be-used-to-treat-skin-cancer/16158/">http://www.gizmag.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/microneedles-insert-the-solution-into-the-skin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pillbox ตัวช่วยจำแนกชนิดยาเม็ด</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/pillbox-identifies-pharmaceuticals/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/pillbox-identifies-pharmaceuticals/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 22:43:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sarapuk</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Bioinformatics]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Medicine]]></category>
		<category><![CDATA[Website]]></category>
		<category><![CDATA[identified]]></category>
		<category><![CDATA[identify pill]]></category>
		<category><![CDATA[pill]]></category>
		<category><![CDATA[Pillbox]]></category>
		<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ยา]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเม็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=937</guid>
		<description><![CDATA[Pillbox สามารถจำแนกชนิดของยาเม็ดหรือแบบเป็นแคปซูล ตามรูปร่าง สี ขนาด ตราประทับ ภาพถ่ายของเม็ดยา โดยจะพิจาณาตามคุณลักษณะภายนอกจนได้ลักษณะที่ใกล้เคียงกับข้อมูลที่มีอยู่มากที่สุด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_938" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2010/08/Pillbox-beta.jpg"><img class="size-large wp-image-938" title="Pillbox-beta" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2010/08/Pillbox-beta-600x470.jpg" alt="Pillbox beta 600x470 Pillbox ตัวช่วยจำแนกชนิดยาเม็ด " width="600" height="470" /></a><p class="wp-caption-text">Pillbox</p></div>
<p><strong>The National Library of Medicine (NLM)</strong> แห่งอเมริกา ได้พัฒนาคู่มือจำแนกชนิดของยาเม็ด ตอนนี้ออกเวอร์ชั่นเบต้าให้ทุกคนได้สามารถทดลองใช้งานได้แล้ว <strong>Pillbox </strong>สามารถจำแนกชนิดของยาเม็ดหรือแบบแคปซูล ตามรูปร่าง สี ขนาด ตราประทับ ภาพของเม็ดยา โดยจะพิจาณาตามคุณลักษณะภายนอกจนได้ลักษณะที่ใกล้เคียงกับข้อมูลที่มีอยู่มากที่สุด <strong>แต่ยังมีข้อควรระวังที่นำไปใช้งานสถานบริการจริงๆ</strong>(ต้องมีความรู้เรื่องยาในระดับหนึ่ง และยังเป็นเบต้าเวอร์ชั่น) ปัจจุบันมีข้อมูลของยาประมาณ 7,000 เม็ด ซึ่งเป็นยาที่ผ่านการรับรองจาก FDA อเมริกา</p>
<p>ระบบนี้ออกแบบมาสำหรับแพทย์ฉุกเฉิน กลุ่มปฐมพยาบาลเบื้องต้น ศูนย์บริการสุขภาพ เจ้าที่ควบคุมสารพิษ และประชาชนที่สนใจ</p>
<p>การใช้งานผ่านทางหน้าเว็บไซต์ สามารถเลือกใช้ได้สองแบบคือ แบบ Adobe Flex หรือ HTML</p>
<p><strong>ทดลองใช้งาน</strong> <a title="http://pillbox.nlm.nih.gov/index.html" href="http://pillbox.nlm.nih.gov/index.html" target="_blank">Pillbox</a></p>
<p><em>via:<strong> </strong></em><a href="http://scienceroll.com/2010/03/24/pillbox-pill-identification-system/"><em>http://scienceroll.com</em></a><em> </em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/pillbox-identifies-pharmaceuticals/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวตรวจวัดระดับน้ำตาลชนิดฝังในร่างกาย</title>
		<link>http://www.biomed.in.th/implantable-blood-sugar-sensor/</link>
		<comments>http://www.biomed.in.th/implantable-blood-sugar-sensor/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Aug 2010 17:36:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sarapuk</dc:creator>
				<category><![CDATA[All Category]]></category>
		<category><![CDATA[Biomaterial]]></category>
		<category><![CDATA[Biosensors]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Delivery System]]></category>
		<category><![CDATA[Research]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[Tissue Engineering]]></category>
		<category><![CDATA[Biosensor]]></category>
		<category><![CDATA[blood]]></category>
		<category><![CDATA[blood sugar]]></category>
		<category><![CDATA[Implant]]></category>
		<category><![CDATA[Implantable]]></category>
		<category><![CDATA[sensor]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจน้ำตาลในเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.biomed.in.th/?p=890</guid>
		<description><![CDATA[ระบบนี้ใช้ ไฮโดรเจล ที่พัฒนาขึ้น เป็นตัวสำคัญในการตรวจวัด ซึ่งเมื่อใช้แสงส่องผ่านเพื่อกระตุ้น ไฮโดรเจลจะเปล่งออกมา(emitted light) โดยความเข้มแสงจะเปลี่ยนแปลงตามความเข้มข้นของน้ำตาลในกระแสเลือด โดยสามารถตรวจวัดได้จากภายนอกผิวหนัง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_891" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2010/08/Implantable.jpg"><img class="size-large wp-image-891" title="Implantable" src="http://www.biomed.in.th/wp-content/uploads/2010/08/Implantable-600x336.jpg" alt="Implantable 600x336 ตัวตรวจวัดระดับน้ำตาลชนิดฝังในร่างกาย" width="600" height="336" /></a><p class="wp-caption-text">การทดลองวัดระดับน้ำตาลในหนู</p></div>
<p>ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว และศูนย์วิจัย BEANS(Bio Electro-mechanical Autonomous Nano Systems) ได้พัฒนา<strong>ตัวตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดฝังตัวในร่างกาย</strong></p>
<p>ระบบนี้ใช้ <a title="ไฮโดรเจล" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99" target="_blank">ไฮโดรเจล</a> ที่พัฒนาขึ้น เป็นตัวสำคัญในการตรวจวัด ซึ่งเมื่อใช้แสงส่องผ่านเพื่อกระตุ้น ไฮโดรเจลจะเปล่งแสงออกมา(emitted light) โดยความเข้มแสงจะเปลี่ยนแปลงตามความเข้มข้นของน้ำตาลในกระแสเลือด โดยสามารถตรวจวัดได้จากภายนอกผิวหนัง (บริเวรแสงส่องผ่านได้ง่าย เช่น ใบหู) ในอนาคตเทคโนโลยีนี้จะถูกพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในการวัดระดับน้ำตาลในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งสามารถติดตามและประเมินระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยไม่ทำให้เจ็บและระคายเคืองต่อร่างกายของผู้ป่วย ระบบตรวจวัดจะแจ้งเตือนทันทีที่ระดับน้ำตาลสูงผิดปกติ นำไปสู่การทำให้ระดับน้ำตาลกลับเข้าสู่สมดุลนั้น ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อผู้ป่วย</p>
<p>นักวิจัยกล่าว &#8220;เมื่อเราใส่เม็ดเจลที่พัฒนาขึ้นในใบหูของหนู เราสามารถตรวจวัดความเข้มแสงที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เมื่อระดับน้ำตาลของหนูมีการเพิ่มหรือลดลง&#8221;</p>
<p><strong>วีดีโอรายละเอียด</strong></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="600" height="362" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/tlUQXM-OdyA&amp;hl=en_US&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="600" height="362" src="http://www.youtube.com/v/tlUQXM-OdyA&amp;hl=en_US&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><strong><em>ที่มา :</em></strong><em> </em><a href="http://www.diginfo.tv/2010/08/06/10-0141-r-en.php"><em>http://www.diginfo.tv/2010/08/06/10-0141-r-en.php</em></a><em><br />
</em><strong><em>via : </em></strong><a href="http://www.engadget.com/2010/08/07/implantable-blood-sugar-sensor-could-eliminate-daily-finger-pric/"><em>http://www.engadget.com</em></a><em> </em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.biomed.in.th/implantable-blood-sugar-sensor/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

