สารบัญบทความ
เครื่องตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว แผ่นตรวจวัดกลูโคสที่ติดอยู่บนแขน และอุปกรณ์ตรวจสารชีวโมเลกุลขนาดเล็ก มีแนวคิดร่วมกันคือการเปลี่ยนปฏิกิริยาหรือการจับกันของสารชีวภาพให้เป็นสัญญาณที่อ่านได้ เทคโนโลยีนี้เรียกว่า ไบโอเซนเซอร์ (biosensor) แต่การสร้างอุปกรณ์ให้ตรวจพบสารได้ ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์นั้นพร้อมใช้วินิจฉัยโรคทันที ยังต้องพิสูจน์ว่าผลตรวจเชื่อถือได้ในตัวอย่างและสภาพการใช้งานจริง
ความหมายของไบโอเซนเซอร์
IUPAC อธิบายไบโอเซนเซอร์ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ปฏิกิริยาชีวเคมีที่จำเพาะ ซึ่งอาศัยองค์ประกอบอย่างเอนไซม์ ระบบภูมิคุ้มกัน เนื้อเยื่อ หรือเซลล์ เพื่อตรวจสารเคมีผ่านสัญญาณ เช่น สัญญาณไฟฟ้า แสง หรือความร้อน [1] ในทางวิศวกรรม ส่วนสำคัญคือการเชื่อม ส่วนรู้จำทางชีวภาพ เข้ากับ ส่วนแปลงสัญญาณ เพื่อให้ปฏิสัมพันธ์กับสารเป้าหมายกลายเป็นผลการตรวจวัด [2, 3]
สารที่ต้องการวัดเรียกว่า สารเป้าหมายหรือสารวิเคราะห์ (analyte) อาจเป็นกลูโคส โปรตีน ยา สารพิษ หรือกรดนิวคลีอิกของเชื้อโรค ส่วนตัวอย่างที่นำมาตรวจอาจเป็นเลือด ของเหลวระหว่างเซลล์ เหงื่อ น้ำ หรืออาหาร การเลือกตัวอย่างจึงเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบระบบ ไม่ใช่เพียงภาชนะที่ใส่สารเป้าหมาย
คำว่า biosensor ไม่ควรใช้แทนเซนเซอร์ทุกชนิดที่วัดร่างกาย ตัวตรวจอุณหภูมิ ขั้ววัด ECG หรือเซนเซอร์แสงสำหรับวัดชีพจร เป็นเซนเซอร์ทางชีวการแพทย์ได้ แต่หากไม่มีองค์ประกอบรู้จำทางชีวภาพ ก็ไม่ใช่ไบโอเซนเซอร์ตามนิยามด้านการวิเคราะห์สารที่ใช้ในบทความนี้ เช่นเดียวกับขั้วตรวจ pH หรือไอออนที่ไม่ได้เชื่อมกับส่วนรู้จำทางชีวภาพ [1, 2, 3]

องค์ประกอบและลำดับการทำงาน
ส่วนรู้จำทางชีวภาพ (biorecognition element) ทำหน้าที่ตอบสนองต่อสารเป้าหมาย อาจเร่งปฏิกิริยา เช่น เอนไซม์ หรือจับกับสารเป้าหมาย เช่น แอนติบอดีและกรดนิวคลีอิก โดยส่วนรู้จำมักถูกตรึงไว้บนหรือใกล้ผิวตรวจวัด การตรึงต้องคงกิจกรรมหรือความสามารถในการจับของสารรู้จำไว้ด้วย [2, 3]
ส่วนแปลงสัญญาณ (transducer) ตรวจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์นั้น แล้วแปลงเป็นสัญญาณที่วัดได้ เช่น กระแสไฟฟ้าจากปฏิกิริยารีดอกซ์ ความเข้มแสงจากสารเรืองแสง หรือการเปลี่ยนความถี่ของตัวสั่นเมื่อมีมวลมาเกาะ ส่วนแปลงสัญญาณไม่ได้รับประกันความจำเพาะด้วยตัวเอง ต้องทำงานร่วมกับสารรู้จำและเงื่อนไขการตรวจที่เหมาะสม [2, 13, 14]
ระบบอ่านและประมวลผล อาจประกอบด้วยวงจรขยายสัญญาณ วงจรแปลงแอนะล็อกเป็นดิจิทัล ซอฟต์แวร์ และส่วนแสดงผล สำหรับการวัดเชิงปริมาณ ต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาณกับค่าของสารเป้าหมายจากการสอบเทียบ ส่วนการตรวจเชิงคุณภาพต้องกำหนดเกณฑ์แปลผล เช่น บวก ลบ หรือแปลผลไม่ได้ [2, 5, 7]
ก่อนถึงขั้นอ่านสัญญาณ ระบบบางชนิดต้องกรอง แยก เจือจาง หรือเตรียมตัวอย่างเพิ่มเติม จึงควรแยก “ตัวเซนเซอร์” ออกจาก “ระบบตรวจวิเคราะห์ทั้งหมด” และไม่ถือว่าเวลาตอบสนองของขั้วตรวจวัดเท่ากับเวลาที่ผู้ใช้รอผลตั้งแต่เริ่มเก็บตัวอย่าง [2]
จำแนกตามส่วนรู้จำและวิธีอ่านสัญญาณ
ไบโอเซนเซอร์หนึ่งชนิดอธิบายได้อย่างน้อยสองมิติ คือ ใช้อะไรรู้จำเป้าหมาย และ ใช้วิธีใดแปลงเป็นสัญญาณ การแยกสองมิตินี้ช่วยให้เข้าใจว่าอุปกรณ์ที่ตรวจสารเดียวกันอาจมีหลักการอ่านผลต่างกันมาก [2, 3]
| ส่วนรู้จำ | หลักการ | ประเด็นที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|---|
| เอนไซม์ | เร่งปฏิกิริยาของสารเป้าหมาย แล้ววัดผลิตภัณฑ์หรือสารที่ถูกใช้ไป | กิจกรรมเอนไซม์ อุณหภูมิ pH และสารรบกวน |
| แอนติบอดี | จับกับแอนติเจน อาจใช้สารติดฉลากหรืออ่านการจับโดยตรง | การจับข้ามกับสารอื่นและการเกาะแบบไม่จำเพาะ |
| DNA/RNA | จับกับลำดับเบสคู่สม หรือใช้ระบบชีวเคมีที่รู้จำกรดนิวคลีอิก | ความแตกต่างของลำดับเบส ความคงตัว และการเตรียมตัวอย่าง |
| Aptamer | กรดนิวคลีอิกที่คัดเลือกให้จับเป้าหมายด้วยโครงสร้าง อาจออกแบบให้การจับเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้า | ความสามารถในการจับภายใต้สภาวะจริงและการเสื่อมของโพรบ [9, 10] |
| เซลล์หรือเนื้อเยื่อ | ใช้การตอบสนองทางชีวภาพหรือเมแทบอลิซึม | ความมีชีวิต ความแปรปรวน และความจำเพาะต่อสารเป้าหมาย |
ตัวอย่างส่วนแปลงสัญญาณ ได้แก่ ไฟฟ้าเคมี ซึ่งวัดกระแส ศักย์ หรืออิมพีแดนซ์; แสง ซึ่งวัดสี ฟลูออเรสเซนซ์ หรือการเปลี่ยนแปลงที่ผิว เช่น surface plasmon resonance (SPR); มวลและกลศาสตร์ ซึ่งวัดความถี่หรือการโก่งตัว; และ ความร้อน ซึ่งวัดความร้อนจากปฏิกิริยา แต่ละแบบมีข้อจำกัดเรื่องสัญญาณพื้นหลัง ขนาดอุปกรณ์ และการควบคุมสภาพการวัดต่างกัน [2, 13, 14]
วัสดุนาโน เช่น อนุภาคทองหรือวัสดุคาร์บอน อาจช่วยปรับผิวตรวจวัดหรือการถ่ายโอนสัญญาณ แต่การใส่วัสดุนาโนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เซนเซอร์กลายเป็นไบโอเซนเซอร์ ยังต้องระบุส่วนรู้จำและกลไกตรวจเป้าหมายให้ชัดเจน [1, 2, 3]

ตัวอย่างกลไก: ไบโอเซนเซอร์ตรวจกลูโคส
ตัวอย่างพื้นฐานคือการใช้เอนไซม์ glucose oxidase (GOx) ช่วยให้กลูโคสทำปฏิกิริยากับออกซิเจน เกิด D-glucono-1,5-lactone (หรือ D-glucono-δ-lactone) และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) [16] จากนั้นตรวจ H2O2 ด้วยขั้วไฟฟ้า แล้วใช้การสอบเทียบเชื่อมสัญญาณกระแสกับความเข้มข้นของกลูโคส งานวิจัยขั้วเอนไซม์แสดงกลไกนี้โดยตรึง GOx ไว้บนเมมเบรนร่วมกับขั้วแพลทินัม [8]
สมการของเอนไซม์ตาม IUBMB คือ β-D-glucose + O2 → D-glucono-1,5-lactone + H2O2 [16] ส่วนรูปที่ 3 ใช้ชื่อ Glucose และ Gluconolactone แบบย่อ การอ่านสัญญาณในตัวอย่างนี้เป็นการตรวจปฏิกิริยาออกซิเดชันของ H2O2 ที่ขั้วไฟฟ้า ไม่ใช่การนำโมเลกุลกลูโคสมานับโดยตรง [8]
กลไกนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ไม่ใช่คำอธิบายเครื่องตรวจกลูโคสทุกรุ่น อุปกรณ์อาจใช้เอนไซม์หรือวิธีถ่ายโอนอิเล็กตรอนต่างกัน การออกแบบเมมเบรนและผิวขั้วตรวจวัดมีผลต่อการแพร่ของสารและสัญญาณจากสารรบกวน จึงต้องประเมินทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะความสามารถของเอนไซม์ [2, 8]
สำหรับ continuous glucose monitor (CGM) ส่วนตรวจวัดของระบบที่ใช้กันทั่วไปอยู่ใต้ผิวหนังและตรวจกลูโคสในของเหลวระหว่างเซลล์ (interstitial fluid) เพื่อประมาณระดับกลูโคส ไม่ได้ดูดเลือดมาตรวจโดยตรง ค่าจึงอาจแตกต่างจากผลเลือดในขณะเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อกลูโคสเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การใช้งานและการตรวจยืนยันต้องอิงคำแนะนำของอุปกรณ์แต่ละรุ่น [11, 15]

ประสิทธิภาพของไบโอเซนเซอร์ต้องดูอะไรบ้าง
คำว่า “ไวมาก” หรือ “แม่นยำสูง” ต้องมีตัวชี้วัดและเงื่อนไขประกอบ IUPAC และแนวทาง Eurachem เน้นให้พิจารณาสมรรถนะให้เหมาะกับงานที่ตั้งใจใช้ ไม่ใช่จัดอันดับอุปกรณ์จากขีดจำกัดการตรวจวัดเพียงค่าเดียว [2, 5, 6]
| ตัวชี้วัด | ความหมายและคำถามที่ควรถาม |
|---|---|
| ความไวของระบบวัด (sensitivity) | สัญญาณเปลี่ยนมากเพียงใดเมื่อความเข้มข้นเปลี่ยน ในช่วงเชิงเส้นสัมพันธ์กับความชันของกราฟสอบเทียบ [4] |
| ความเลือกจำเพาะ (selectivity) | วัดสารเป้าหมายได้เพียงใดเมื่อมีสารอื่นร่วมอยู่ ต้องทดสอบสารรบกวนและการจับข้าม |
| LOD และ LOQ | LOD คือระดับต่ำที่แยกการตรวจพบออกจากพื้นหลังได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่วน LOQ ต้องวัดปริมาณได้ด้วยสมรรถนะที่ยอมรับได้ จึงไม่ใช่ค่าเดียวกัน |
| ช่วงใช้งานและการสอบเทียบ | ช่วงความเข้มข้นที่ให้ผลตามเกณฑ์ รวมถึงรูปแบบความสัมพันธ์ของสัญญาณ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรงตลอดช่วง |
| ความเที่ยง (precision) และความเอนเอียง (bias) | ความเที่ยงบอกความใกล้กันของผลเมื่อวัดซ้ำ ส่วน bias บอกการเบี่ยงเบนอย่างเป็นระบบจากค่าอ้างอิง จึงต้องประเมินแยกกัน ผลที่ซ้ำกันดีอาจยังมี bias ได้ [5, 6] |
| เวลาและความคงตัว | ใช้เวลาตอบสนองและเวลารวมเท่าใด สัญญาณเลื่อน (drift) หรือเสื่อมเมื่อเก็บและใช้งานหรือไม่ |
ถ้ากราฟสอบเทียบในช่วงที่สนใจเขียนได้เป็น S = mC + b โดย S คือสัญญาณ C คือความเข้มข้น m คือความชัน และ b คือค่าตัดแกน ความชัน m ใช้อธิบายความไวในช่วงนั้นได้ แต่ความไวสูงไม่รับประกัน LOD ต่ำ เพราะระดับและความแปรปรวนของสัญญาณพื้นหลังก็มีผล [4, 5, 6]
สำหรับการวินิจฉัยแบบบวก/ลบ ความไวทางการวินิจฉัย หมายถึงสัดส่วนผู้ที่มีภาวะเป้าหมายแล้วตรวจได้ผลบวก ส่วน ความจำเพาะทางการวินิจฉัย คือสัดส่วนผู้ที่ไม่มีภาวะเป้าหมายแล้วตรวจได้ผลลบ ทั้งสองอย่างต่างจากความชันของกราฟสอบเทียบ และต้องประเมินเทียบกับมาตรฐานอ้างอิงที่เหมาะสม พร้อมรายงานความไม่แน่นอน เช่น ช่วงความเชื่อมั่น [7] หากเปรียบเทียบกับอีกวิธีที่ไม่ได้เป็นมาตรฐานอ้างอิง ควรรายงานความสอดคล้องของผลตรวจ ไม่เรียกค่านั้นว่าความไวหรือความจำเพาะทางการวินิจฉัยโดยอัตโนมัติ
จากการตรวจในสารละลายสู่การใช้งานจริง
ผลในบัฟเฟอร์อาจยังไม่สะท้อนผลในเลือด เหงื่อ หรืออาหาร เพราะส่วนประกอบของตัวอย่างอาจเปลี่ยนสัญญาณหรือรบกวนปฏิกิริยา การประเมินจึงต้องครอบคลุมชนิดตัวอย่าง การเก็บและเตรียมตัวอย่าง ช่วงความเข้มข้นจริง และสภาวะใช้งาน [5]
แผนตรวจสอบที่เหมาะสมควรกำหนดวัตถุประสงค์และเกณฑ์ยอมรับไว้ก่อน แล้วทดสอบสารมาตรฐาน ตัวอย่างควบคุมและตัวอย่างจริง วัดซ้ำต่างวันและต่างชุดการผลิต ตรวจสารรบกวน ความคงตัว และเปรียบเทียบกับวิธีอ้างอิง การพบว่าสองวิธีมีค่าสหสัมพันธ์สูงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าวัดแทนกันได้ เพราะอาจมีความเอนเอียงอย่างเป็นระบบ [5, 6, 7]
หากต้องการอ้างการใช้งานทางคลินิก ต้องศึกษากับประชากรที่สอดคล้องกับข้อบ่งใช้ และทดสอบวิธีอ่านผลของผู้ใช้จริง หลักฐานประสิทธิภาพกับสถานะการอนุญาตเป็นคนละเรื่อง จึงต้องตรวจสถานะอุปกรณ์และข้อบ่งใช้ในประเทศที่จะนำไปใช้ด้วย ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐฯ สามารถตรวจรายการชุดตรวจนอกกายที่ FDA cleared หรือ approved และข้อมูลการตัดสินได้จากฐานข้อมูล IVD ของ FDA [17]
เทคโนโลยีปัจจุบัน: อะไรใช้จริงแล้ว อะไรยังเป็นงานวิจัย
CGM: ตัวอย่างที่เข้าสู่การใช้งานทางการแพทย์แล้ว
CGM เป็นตัวอย่างของการนำการตรวจสารชีวเคมีมาใช้ติดตามแนวโน้มอย่างต่อเนื่อง ในสหรัฐอเมริกา FDA อนุญาตให้ทำตลาด Stelo ในฐานะ CGM แบบซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2024 และประกาศขยายข้อบ่งใช้ในเดือนมิถุนายน 2026 สำหรับผู้มีอายุ 2 ปีขึ้นไปที่ไม่ใช้อินซูลิน [12] สำหรับเด็กต้องใช้ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ ระบบนี้มีข้อจำกัดเฉพาะ เช่น ไม่ได้ออกแบบมาแจ้งเตือนภาวะน้ำตาลต่ำที่เป็นปัญหา และไม่ใช่สำหรับผู้ฟอกไต การอนุญาตดังกล่าวเป็นสถานะในสหรัฐฯ ไม่ใช่หลักฐานการอนุญาตในไทย
ฮอร์โมนในเหงื่อ: การตรวจหลายปัจจัยพร้อมกัน
Ye และคณะรายงานอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้ aptamer ตรวจเอสตราไดออลในเหงื่อ โดยรวมการกระตุ้นเหงื่อ ไมโครฟลูอิดิกส์ และการชดเชยข้อมูลอุณหภูมิ pH และความแรงไอออน งานตีพิมพ์ออนไลน์ในปี 2023 และอยู่ในฉบับวารสารปี 2024 รายงาน LOD 0.14 pM และทดสอบในผู้เข้าร่วมวิจัย [9] อย่างไรก็ตาม LOD ดังกล่าวเป็นสมรรถนะที่รายงานภายใต้เงื่อนไขงานวิจัย ไม่ใช่ความแม่นยำของการวินิจฉัย และความสัมพันธ์ระหว่างเหงื่อกับเลือดยังไม่พิสูจน์ว่าใช้แทนการตรวจฮอร์โมนในเลือดได้ในทุกบริบท
ระดับยาในร่างกาย: หลักฐานทดลองนำร่องในคนปี 2026
Booth และคณะรายงานการทดลองนำร่องแผ่นตรวจวัดแบบไฟฟ้าเคมีที่ใช้ aptamer บนเข็มขนาดเล็ก ในอาสาสมัครสุขภาพดี 6 คน เพื่อติดตาม vancomycin ในของเหลวระหว่างเซลล์ใต้ผิวหนังทุก 5 นาที เป็นเวลา 24 ชั่วโมง แต่ผู้วิจัยเน้นข้อมูล 12 ชั่วโมงแรกเพราะเซนเซอร์เสื่อมลง [10] งานนี้แสดงความเป็นไปได้ของการติดตามยาที่ถี่กว่าการเจาะเลือดเป็นครั้ง ๆ แต่ยังต้องทดสอบเพิ่มและพัฒนาการส่งข้อมูลไร้สาย จึงยังไม่ใช่หลักฐานให้ใช้ปรับขนาดยาแทนวิธีมาตรฐานในผู้ป่วยทั่วไป
ทิศทางสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการลดขนาดหรือทำให้ตรวจพบสารได้น้อยลง แต่รวมถึงการจัดการตัวอย่าง การรักษาสัญญาณให้คงตัว การสอบเทียบ และการพิสูจน์ว่าค่าที่อ่านได้มีความหมายต่อการตัดสินใจจริง [5, 9, 10]
ไบโอเซนเซอร์เกี่ยวข้องกับงานใดบ้าง
ในทางการแพทย์ ไบโอเซนเซอร์ใช้ตรวจสารชีวเคมีและพัฒนาอุปกรณ์ติดตามผู้ป่วย ในงานอาหารและสิ่งแวดล้อม สามารถออกแบบส่วนรู้จำให้ตอบสนองต่อสารปนเปื้อนหรือผลกระทบทางชีวภาพได้ ส่วนงานวิจัยใช้ติดตามปฏิกิริยาและปฏิสัมพันธ์ของชีวโมเลกุล [1, 2, 3] แต่ต้องพิจารณาความพร้อมเป็นรายระบบ ไม่ควรตีความว่าทุกเป้าหมายที่ตรวจได้ในห้องปฏิบัติการมีอุปกรณ์พร้อมใช้แล้ว
เมื่ออ่านงานวิจัยไบโอเซนเซอร์ คำถามที่ช่วยประเมินได้คือ ตรวจอะไร ใช้ส่วนรู้จำใด วัดสัญญาณอย่างไร ทดสอบในตัวอย่างชนิดใด และตรวจสอบผลกับอะไร จากนั้นจึงพิจารณาว่าขีดจำกัดการตรวจวัด ช่วงใช้งาน ความคงตัว และหลักฐานในผู้ใช้จริง เหมาะกับปัญหาที่อุปกรณ์ตั้งใจแก้หรือไม่
เอกสารอ้างอิง
- IUPAC Gold Book. Biosensor. DOI: 10.1351/goldbook.B00663.
- Thévenot DR, Toth K, Durst RA, Wilson GS. Electrochemical biosensors: recommended definitions and classification. Biosensors and Bioelectronics. 2001;16(1–2):121–131. DOI · PubMed.
- IUPAC Gold Book. Biological recognition element และ Electrochemical biosensor. อ้างอิงข้อเสนอแนะคำศัพท์ด้าน bioanalytical methods (2018) และ electrochemical methods (2019).
- IUPAC Gold Book. Sensitivity of a measuring system. DOI: 10.1351/goldbook.08124.
- Cantwell H, editor. The Fitness for Purpose of Analytical Methods: A Laboratory Guide to Method Validation and Related Topics. Eurachem; 3rd edition, 2025.
- IUPAC Gold Book. Performance characteristic of a measurement procedure. DOI: 10.1351/goldbook.08094.
- U.S. FDA. Statistical Guidance on Reporting Results from Studies Evaluating Diagnostic Tests. 2007.
- Santoni T, Santianni D, Manzoni A, Zanardi S, Mascini M. Enzyme electrode for glucose determination in whole blood. Talanta. 1997;44(9):1573–1580. DOI · PubMed.
- Ye C, Wang M, Min J, et al. A wearable aptamer nanobiosensor for non-invasive female hormone monitoring. Nature Nanotechnology. 2024;19:330–337. เผยแพร่ออนไลน์ 28 September 2023. DOI: 10.1038/s41565-023-01513-0.
- Booth MA, Erdal MK, Larson M, et al. Pilot phase clinical trial of a wearable, electrochemical aptamer-based patch for continuous drug concentration measurement. Nature Biotechnology. เผยแพร่ออนไลน์ 4 February 2026. DOI: 10.1038/s41587-026-03010-w.
- NIDDK, NIH. Continuous Glucose Monitoring.
- U.S. FDA. FDA Clears First Over-the-Counter Continuous Glucose Monitor for Children. 12 June 2026.
- Hulanicki A, Glab S, Ingman F. Chemical sensors: definitions and classification. Pure and Applied Chemistry. 1991;63(9):1247–1250. DOI: 10.1351/pac199163091247.
- IUPAC Gold Book. Surface plasmon resonance และ Surface plasmon resonance assay.
- Dexcom. What should I do if my glucose readings seem inaccurate?
- NC-IUBMB. Enzyme Nomenclature: EC 1.1.3.4, glucose oxidase.
- U.S. FDA. Find All FDA-Approved Home and Lab Tests.
2 ความคิดเห็น