Abiliti เทรนด์ใหม่ลดอ้วน

Abiliti: เทรนด์ใหม่รักษาโรคอ้วน

การรักษาโรคอ้วน มีหลายวิธีด้วยกัน อาทิ การผ่าตัดดูดไขมัน การผ่าตัดเย็บกระเพาะอาหาร แต่ว่า Abiliti นี่ เป็นวิธีใหม่ ในการรักษาโรคอ้วน กล่าวคือ เป็นการผ่าตัดเพื่อติดอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิค เข้าไปในช่องท้อง โดยที่อุปกรณ์ชิ้นนี้ จะควบคุมการกินอาหารของเรา โดยที่เราสามารถตั้งโปรแกรมการกินอาหารได้ เมื่อเรากินอาหารในช่วงที่ไม่ตรงกับโปรแกรมที่เราตั้งไว้ตอนต้น Abiliti จะส่งสัญญาณไปยังกระเพาะอาหาร แล้วกระเพาะอาหารก็จะส่งสัญญาณไปยังสมองอีกต่อหนึ่ง เพื่อบอกว่า เราอิ่มแล้ว ซึ่งในที่สุดเราก็จะไม่อยากกินอาหารไปเอง

https://www.youtube.com/watch?v=cMTu02MBEfo
วีดีโอแสดงการทำงารของ Abiliti ในการควบคุมความอยากอาหาร อ่านเพิ่มเติม Abiliti เทรนด์ใหม่ลดอ้วน

เมื่อ FDA รับรองการผ่าตัดปลูกถ่ายเรตินา

ความหวังของผู้ป่วยที่ความผิดปกติทางพันธุกรรมทางสายตาเริ่มสดใส เมื่อองค์การอาหารและยาของสหรัฐใด้รับรองการผ่าตัดปลูกถ่ายเรตินา

องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (The Food and Drug Administration: FDA) ได้รับรองการผ่าตัดปลูกถ่ายเรตินา โดยที่ FDA ได้ไฟเขียวให้ Second Sight’s Argus II Retinal Prosthesis System ซึ่งการรับรองในครั้งนี้ ก็ทำให้ผู้ป่วยตาบอดโดยสาเหตุทางพันธุกรรม (retinitis pigmentosa: ขาดเซลล์ไวต่อแสงที่อยู่ในเรตินา) มีความหวังมากยิ่งขึ้น

Argus II: มีองค์ประกอบสองส่วน คือ (A) ส่วนของแว่นตาและกล้องวีดีโอ จะส่งสัญญาณภาพแบบไร้สายไปยังอิเล็กโทรด (B) ที่ถูกปลูกถ่ายใว้บนเรตินา ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปตามเส้นประสาทไปยังสมอง

อ่านเพิ่มเติม เมื่อ FDA รับรองการผ่าตัดปลูกถ่ายเรตินา

ตรวจหาการปฏิเสธอวัยวะ

การตรวจสอบการปฏิเสธอวัยวะสามารถตรวจสอบได้จากการทดสอบเลือด

การปฏิเสธ เป็นอะไรที่เจ็บปวด แต่สำหรับผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะมันเป็นอะไรที่มากกว่าเรื่องทางความรู้สึก แต่มันสำคัญถึงชีวิตทั้งชีวิตเลยทีเดียว การรอคอยอวัยวะใหม่ที่ยาวนานเป็นเดือน บางครั้งก็เป็นปี จากผู้บริจาค และยังต้องมีชีวิตรอดจากการผ่าตัดครั้งใหญ่ อ่านเพิ่มเติม ตรวจหาการปฏิเสธอวัยวะ

ตัวตรวจวัดระดับน้ำตาลชนิดฝังในร่างกาย

การทดลองวัดระดับน้ำตาลในหนู

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว และศูนย์วิจัย BEANS(Bio Electro-mechanical Autonomous Nano Systems) ได้พัฒนาตัวตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดฝังตัวในร่างกาย

ระบบนี้ใช้ ไฮโดรเจล ที่พัฒนาขึ้น เป็นตัวสำคัญในการตรวจวัด ซึ่งเมื่อใช้แสงส่องผ่านเพื่อกระตุ้น ไฮโดรเจลจะเปล่งแสงออกมา(emitted light) โดยความเข้มแสงจะเปลี่ยนแปลงตามความเข้มข้นของน้ำตาลในกระแสเลือด โดยสามารถตรวจวัดได้จากภายนอกผิวหนัง (บริเวรแสงส่องผ่านได้ง่าย เช่น ใบหู) ในอนาคตเทคโนโลยีนี้จะถูกพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในการวัดระดับน้ำตาลในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งสามารถติดตามและประเมินระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยไม่ทำให้เจ็บและระคายเคืองต่อร่างกายของผู้ป่วย ระบบตรวจวัดจะแจ้งเตือนทันทีที่ระดับน้ำตาลสูงผิดปกติ นำไปสู่การทำให้ระดับน้ำตาลกลับเข้าสู่สมดุลนั้น ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อผู้ป่วย

นักวิจัยกล่าว “เมื่อเราใส่เม็ดเจลที่พัฒนาขึ้นในใบหูของหนู เราสามารถตรวจวัดความเข้มแสงที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เมื่อระดับน้ำตาลของหนูมีการเพิ่มหรือลดลง”

วีดีโอรายละเอียด

ที่มา : https://www.diginfo.tv/2010/08/06/10-0141-r-en.php
via : https://www.engadget.com

นักวิจัยจากเยอรมัน ใส่เรตินาเทียมให้คนตาบอดสามารถอ่านหนังสือได้

Retina Implant Signal

เรตินา หรือ จอรับภาพ คือส่วนที่อยู่ผนังด้านใน ของด้านหลังลูกตา ทำหน้าที่ในการรับแสงแล้วแปลงเป็นสัญญาณภาพส่งไปที่สมองเพื่อประมวลต่อไป

บริษัท Retina Implant AG จากประเทศเยอรมันนี เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2003 ทำงานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างเรตินาเทียม เพื่อที่จะทำให้คนตาบอดสามารถมองเห็นได้ บริษัทได้เผยถึงผลการทดลองใส่เรตินาเทียมในมนุษย์ประสบผลสำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งงานวิจัยการใส่เรตินาเทียมให้ผู้ป่วยตาบอดในเยอรมันนี เริ่มทำการทดลองในมนุษย์มาตั้งแต่ปี 2005  และงานวิจัยนี้ได้ทำการทดลองกับผู้ป่วยทั้งหมด 11 คน ซึ่งสูญเสียการมองเห็นอย่างสมบูรณ์

retinal implant

ผลการทดลองพบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง สามารถมองเห็นวัตถุ และจำแนกรูปร่างของวัตถุได้  มองเห็นตัวอักษรและอ่านชื่อของตัวเองได้ สามารถมองเห็นการเคลื่อนที่ของคนในระยะ 20 ฟุตได้  การศึกษาก่อนหน้านี้ของบริษัทอื่นได้มีการพัฒนาเรตินาที่สามารถมองเห็นลำแสงและโครงร่างของวัตถุได้เท่านั้น  งานชิ้นนี้จึงเป็นการพัฒนาอีกขั้นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ในการทดลองหลังจากใส่เรตินาเทียมเข้าไปจะถูกนำภายใน 1 – 3 เดือน แต่มีผู้ป่วยคนหนึ่งที่มีความพึงพอใจกับการใส่ จึงใส่เรตินาเทียมต่ออีก 4 ปี และในการศึกษาครั้งนี้บริษัทจะทำการนำเสนอในงานสัมมนางานวิจัยเกี่ยวกับตา ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม 2010 ที่ฟลอริดา

งานวิจัยนี้นับว่าเป็นอีกขั้นของการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยให้ผู้ป่วยตาบอดสามารถมองเห็นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เชื่อแน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้อุปกรณ์ชิ้นนี้จะถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยตาบอดทั่วไป และมีการพัฒนาขีดความสามารถในการมองเห็นเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน

อ้างอิง : www.businesswire.com , www.medgadget.com