สารบัญบทความ
ถ้าภาพสแกนช่วยบอกได้ว่าเนื้องอกมีเป้าหมายที่ยาจับอยู่มากน้อยเพียงใด แพทย์ก็สามารถใช้ข้อมูลนั้นประกอบการเลือกการรักษาได้ แนวคิดที่เชื่อมการตรวจเข้ากับการรักษาเช่นนี้เรียกว่า Theranostics และเป็นจุดที่เทคโนโลยีถ่ายภาพ เวชศาสตร์นิวเคลียร์ และระบบนำส่งยามาพบกัน
คำนี้มาจาก therapy กับ diagnostics ในเวชศาสตร์นิวเคลียร์มักหมายถึงการใช้สารคู่กันสำหรับถ่ายภาพและรักษา โดยสารทั้งสองจับเป้าหมายทางชีวภาพเดียวกัน ส่วนในงานวิศวกรรมชีวการแพทย์ยังครอบคลุมระบบที่รวมการมองเห็นพาหะยา การนำส่ง และการกระตุ้นให้เกิดผลรักษาไว้ด้วยกัน [1,2]
จากการเห็นเป้าหมาย สู่การเลือกวิธีรักษา
ตัวอย่างที่ใช้จริงทางคลินิกคือ PSMA theranostics สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมากบางกลุ่ม PSMA เป็นโปรตีนที่มักพบมากบนเซลล์มะเร็งชนิดนี้ สารตรวจสำหรับ PET ที่จับ PSMA ช่วยแสดงตำแหน่งและการสะสมของสาร ส่วนสารรังสีรักษาที่จับเป้าหมายเดียวกัน เช่น lutetium-177–PSMA สามารถนำรังสีไปทำลายเซลล์ในบริเวณที่สารสะสมได้ [3,4]
ภาพที่ 1 แสดงว่า theranostics ออกแบบได้หลายกลไก ทั้งการนำส่งรังสี การใช้แรงจากฟองก๊าซ การบรรทุกยา และการกระตุ้นจากภายนอก สารสำหรับตรวจและรักษาที่จับเป้าหมายเดียวกันก็อาจมีโครงสร้างต่างกัน จึงต้องตรวจสอบการกระจายตัวและความปลอดภัยของแต่ละสารด้วย [1,4]

ความเชื่อมโยงนี้ปรากฏชัดในเกณฑ์ใช้ยาจริง เช่น การอนุมัติ Pluvicto ร่วมกับยายับยั้งเส้นทางตัวรับแอนโดรเจนโดย FDA สหรัฐฯ เมื่อ 31 กรกฎาคม 2026 สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแพร่กระจายชนิด PSMA-positive บางกลุ่ม โดยระบุให้ใช้ผลตรวจ PSMA PET ประกอบการคัดเลือกผู้ป่วยตามข้อบ่งใช้ นี่เป็นข้อบ่งใช้เฉพาะในสหรัฐฯ และไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยที่ตรวจพบ PSMA ทุกคนเหมาะกับยานี้ [5]
ทำไมเลือกวิธีถ่ายภาพต่างกัน จึงได้ระบบรักษาต่างกัน
บทความทบทวนใน European Radiology Experimental เผยแพร่วันที่ 8 ตุลาคม 2026 ชี้ว่า วิธีสร้างภาพเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบระบบรักษา เพราะแต่ละเทคนิคตรวจจับสัญญาณและทำงานกับวัสดุได้ต่างกัน ตารางนี้สรุปตัวอย่างและจุดที่ต้องพิจารณา [1,4,7,8]
| วิธีถ่ายภาพ | เชื่อมกับการรักษาอย่างไร | ความพร้อมและข้อจำกัด |
|---|---|---|
| PET / SPECT | ใช้สารที่จับเป้าหมายสำหรับถ่ายภาพและนำส่งรังสีรักษา | มีคู่สารที่ใช้ทางคลินิกแล้วในโรคและผู้ป่วยบางกลุ่ม ต้องจัดการการผลิตรังสีและความปลอดภัย |
| อัลตราซาวนด์ | ฟองก๊าซขนาดเล็กช่วยสร้างสัญญาณภาพ และตอบสนองต่อคลื่นเสียงเพื่อช่วยการนำส่งยา | การใช้ฟองเป็นสารเพิ่มความชัดของภาพ กับการใช้เพื่อรักษา มีหลักฐานและข้อบ่งใช้ต่างกัน ต้องควบคุมผลจากการสั่นของฟอง |
| MRI | ติดตามพาหะที่มีองค์ประกอบสร้างความต่างของสัญญาณภาพร่วมกับยา | ระบบนำส่งยาหลายแบบยังอยู่ระหว่างพัฒนา ต้องพิสูจน์ความไว ความปลอดภัย และความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาณกับยา |
| CT | มองวัสดุทึบรังสี และใช้ภาพติดตามตำแหน่งวัสดุที่ช่วยเสริมผลของการฉายรังสี | มีแนวทางเข้าสู่การทดลองคลินิก แต่การถ่าย CT กับการฉายรังสีรักษาเป็นขั้นตอนที่ต้องแยกพิจารณา |
| การถ่ายภาพด้วยแสง | สารบางชนิดให้สัญญาณเรืองแสงและตอบสนองต่อแสงเพื่อเกิดผลรักษา | การรักษาด้วยแสงบางแบบใช้จริงแล้ว แต่ระบบหลายหน้าที่จำนวนมากยังเป็นงานวิจัย และต้องส่งแสงถึงบริเวณเป้าหมาย |
ตัวอย่างเช่น การรักษาแบบ photodynamic therapy ใช้สารไวแสงที่ถูกกระตุ้นให้สร้างอนุพันธ์ออกซิเจนซึ่งทำลายเซลล์ได้ การเลือกความยาวคลื่นและวิธีส่งแสงจึงมีผลต่อบริเวณที่รักษา ขณะที่แสงเข้าถึงเนื้อเยื่อลึกได้จำกัด การใช้เทคนิคนี้กับรอยโรคใกล้พื้นผิวหรือผ่านกล้องส่องจึงต่างจากการนำไปใช้กับก้อนลึกขนาดใหญ่ ภาพที่ 2a แสดงหลักการนี้ ส่วนภาพที่ 2b แสดงตัวอย่างการติดตามสัญญาณเรืองแสงของ protoporphyrin IX (PpIX) ในรอยโรคมะเร็งผิวหนังก่อนและหลังฉายแสง การประเมินผลรักษายังต้องใช้การตรวจทางคลินิกและพยาธิวิทยาร่วมด้วย [7,9]

เห็นพาหะยา ยังต้องตรวจว่าปล่อยยาอย่างไร
โจทย์ของ theranostics อยู่ที่การทำให้ข้อมูลภาพเชื่อถือได้พอสำหรับการตัดสินใจ ในระบบพาหะยา สัญญาณที่ตรวจพบอาจสะท้อนตำแหน่งของพาหะหรือสารสร้างภาพ ขณะที่การปล่อยยาและการออกฤทธิ์ต้องมีหลักฐานรองรับเพิ่มเติม ส่วนสารคู่สำหรับตรวจและรักษา แม้จับเป้าหมายเดียวกัน ก็อาจกระจายตัวหรือถูกกำจัดต่างกัน [1,4]
การมุ่งเป้าไปยังเนื้องอกยังมีความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อปกติ ตัวอย่างของ Pluvicto มีคำเตือนเรื่องการกดไขกระดูกและพิษต่อไต รวมถึงการได้รับรังสี จึงต้องประเมินประโยชน์และความเสี่ยงควบคู่กับภาพสแกน [5]
สำหรับวิศวกรรมชีวการแพทย์ ความท้าทายจึงเป็นการออกแบบให้โมเลกุลหรือพาหะ เครื่องถ่ายภาพ และกลไกรักษาทำงานสอดคล้องกัน พร้อมพิสูจน์ว่าข้อมูลที่วัดได้ช่วยเลือกหรือปรับการรักษาอย่างไร เทคโนโลยีที่รวมหลายหน้าที่จะมีคุณค่าเมื่อเชื่อมสิ่งที่เห็นในภาพเข้ากับผลที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ [1,4,6]
อ้างอิง
- Pashkunova-Martic I, Pichler V, Helbich TH. Beyond radiotheranostics: how imaging modality defines theranostics. European Radiology Experimental. 2026;10:152. บทความฉบับเต็ม
- Society of Nuclear Medicine and Molecular Imaging. What is Theranostics?
- National Cancer Institute. PSMA-targeted radiopharmaceutical treatment: กลไกการจับเป้าหมาย (2021; ใช้อ้างอิงกลไก ไม่ใช้ระบุสถานะการอนุมัติปัจจุบัน)
- Burkett BJ, Bartlett DJ, McGarrah PW, et al. A Review of Theranostics: Perspectives on Emerging Approaches and Clinical Advancements. Radiology: Imaging Cancer. 2023;5(4):e220157. DOI
- U.S. Food and Drug Administration. Pluvicto ร่วมกับ ARPI: การอนุมัติสำหรับมะเร็งต่อมลูกหมากกลุ่ม mAPMN/S. อนุมัติ 31 กรกฎาคม 2026.
- Sofias AM, Derks Y, Bradbury MS, et al. Cancer theranostics. Nature Reviews Cancer. เผยแพร่ 22 ตุลาคม 2026. DOI (ใช้บทคัดย่อ)
- National Cancer Institute. Photodynamic Therapy to Treat Cancer.
- Martin KH, Dayton PA. Current status and prospects for microbubbles in ultrasound theranostics. Wiley Interdisciplinary Reviews: Nanomedicine and Nanobiotechnology. 2013;5(4):329–345. DOI (ใช้อ้างอิงหลักการฟองก๊าซกับคลื่นเสียง)
- Blanco KC, Moriyama LT, Inada NM, et al. Fluorescence guided PDT for optimization of the outcome of skin cancer treatment. Frontiers in Physics. 2015;3:30. บทความต้นทางของภาพเรืองแสง.
เครดิตและสิทธิ์ภาพ: ภาพที่ 1 และ 2 นำมาจาก Figure 1 และ Figure 6 ของเอกสารอ้างอิง [1] ภายใต้ CC BY 4.0 โดยภาพย่อย 2b มีที่มาจากเอกสารอ้างอิง [9] ซึ่งเผยแพร่ภายใต้ CC BY 4.0 เช่นกัน แปลงไฟล์เป็น WebP แบบไม่สูญเสียข้อมูล โดยไม่ครอปหรือเปลี่ยนเนื้อหาภาพ คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็ม