Rehabilitation Engineering

แม่เหล็กจิ๋วในกล้ามเนื้อ ช่วยอ่านการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมขาเทียม

เผยแพร่ · · แสดงความคิดเห็น

สารบัญบทความ

การควบคุมขาเทียมให้เคลื่อนไหวตามความตั้งใจของผู้ใช้ ต้องอาศัยข้อมูลจากกล้ามเนื้อที่เหลืออยู่หลังการตัดขา นักวิจัยจาก MIT และคณะเสนออีกวิธีหนึ่ง คือฝังแม่เหล็กขนาดเล็กในกล้ามเนื้อ แล้วใช้เซนเซอร์ภายนอกติดตามการเคลื่อนที่เพื่อนำไปสร้างสัญญาณควบคุม [1, 2]

ในการศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมที่ตัดขาใต้เข่า 3 คน และมีการทดสอบใช้สัญญาณควบคุมเคอร์เซอร์บนหน้าจอ ผลเป็นก้าวสู่การควบคุมขาเทียม แต่การทดลองที่รายงานยังไม่ใช่การเดินด้วยขาเทียมจริง [1, 2]

แม่เหล็กคู่เล็กบอกการหดตัวของกล้ามเนื้อ

เทคนิคที่เรียกว่า magnetomicrometry อาศัยแม่เหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตรฝังเป็นคู่ในกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อหดหรือยืด ระยะห่างระหว่างแม่เหล็กเปลี่ยนไป ชุดเซนเซอร์สนามแม่เหล็กที่ติดอยู่ภายนอกผิวหนังจึงติดตามตำแหน่งและใช้คำนวณความยาวกับความเร็วการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อได้ [1, 2]

บทคัดย่องานวิจัยรายงานว่าระบบติดตามการเปลี่ยนแปลงได้ละเอียดต่ำกว่าหนึ่งมิลลิเมตรแบบเรียลไทม์ และอ่านแม่เหล็กที่อยู่ลึกจากผิวได้ถึง 6 เซนติเมตรตามเงื่อนไขที่ทดสอบ ตัวแม่เหล็กเป็นชิ้นส่วนแบบพาสซีฟ ส่วนเซนเซอร์และระบบประมวลผลอยู่ภายนอกร่างกาย [1]

ภาพที่ 1a–c แสดงแนวคิดการติดตามแม่เหล็กและแปลงการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเป็นข้อมูลควบคุม ส่วนภาพที่ 1d–g เป็นแผงเซนเซอร์ แม่เหล็ก และชุดอุปกรณ์ ตัวขาเทียมในภาพเป็นแนวคิดการใช้งาน ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้เข้าร่วมเดินด้วยระบบนี้แล้ว [1]

Figure 1 จากบทความ แสดงแม่เหล็กฝังในกล้ามเนื้อ แผงเซนเซอร์ภายนอก สัญญาณกล้ามเนื้อ และภาพอุปกรณ์จริง
ภาพที่ 1 | ระบบติดตามกล้ามเนื้อด้วยแม่เหล็ก a–c แสดงหลักการติดตามและสัญญาณการเคลื่อนไหว ส่วน d–g แสดงแผงเซนเซอร์ แม่เหล็กก่อนเคลือบ และชุดอุปกรณ์ เครดิตภาพโมดูล Mercury XU5: Enclustra (Shallal และคณะ, Nature Sensors, 2026)

ต่างจากสัญญาณไฟฟ้ากล้ามเนื้ออย่างไร

การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ หรือ EMG วัดสัญญาณไฟฟ้าที่สัมพันธ์กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ส่วนระบบแม่เหล็กติดตามการเปลี่ยนระยะและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ จึงให้ข้อมูลคนละลักษณะกัน แม้สัญญาณทั้งสองชนิดจะนำไปประมวลผลเพื่อควบคุมอุปกรณ์ได้ [1, 2]

ในการเปรียบเทียบครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้ทั้ง EMG จากขั้วบนผิวหนังและขั้วที่ฝังในกล้ามเนื้อ บทคัดย่อรายงานว่าการประเมินสถานะกล้ามเนื้อด้วยแม่เหล็กทำได้เทียบเท่าหรือดีกว่า EMG ในผลการประเมินส่วนใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าทุกตัวชี้วัดหรือเหมาะกับผู้ใช้ทุกคน [1, 2]

ทดสอบการควบคุมแบบจำลอง ยังไม่ใช่การเดิน

ผู้เข้าร่วมทั้ง 3 คนผ่านการผ่าตัดแบบ agonist-antagonist myoneural interface หรือ AMI ซึ่งเชื่อมกล้ามเนื้อคู่ที่ทำงานตรงข้ามกันไว้ในส่วนขาที่เหลือ ทีมวิจัยฝังแม่เหล็กในกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับข้อเท้าได้สูงสุด 4 มัด แล้วให้ผู้เข้าร่วมใช้การขยับกล้ามเนื้อควบคุมเคอร์เซอร์ไปยังเป้าหมายบนหน้าจอ [2]

เคอร์เซอร์แทนทิศทางอิสระที่ระบบขาเทียมข้อเท้าและเท้าอาจนำไปใช้ควบคุมในอนาคต ผลเปรียบเทียบประสิทธิภาพเคอร์เซอร์ในภาพที่ 5 ของบทความแสดงข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 2 คน การทดลองลักษณะนี้ช่วยเปรียบเทียบสัญญาณจากวิธีต่าง ๆ ภายใต้งานเดียวกัน แต่ยังไม่ได้แสดงว่าผู้เข้าร่วมเดินได้ดีขึ้นหรือปลอดภัยขึ้นเมื่อใช้ขาเทียมจริง [2]

ยังต้องทดสอบอะไรต่อ

ผลจากผู้เข้าร่วมเพียง 3 คนและการผ่าตัดแบบเฉพาะยังสรุปแทนผู้ตัดขาทั้งหมดไม่ได้ การฝังอุปกรณ์ต้องได้รับการประเมินความปลอดภัยและติดตามในระยะยาว รวมถึงศึกษาว่าสัญญาณช่วยควบคุมขาเทียมระหว่างการเดินและในชีวิตประจำวันได้เพียงใด ทีมวิจัยระบุว่ากำลังศึกษาการควบคุมขาเทียมในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น [2]

ในมุมวิศวกรรม จุดน่าสนใจอยู่ที่การเปลี่ยนข้อมูลทางกลของกล้ามเนื้อเป็นคำสั่งสำหรับระบบประสาทเทียม ควบคู่กับการออกแบบเซนเซอร์และอัลกอริทึมให้ทำงานต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังอยู่ในขั้นวิจัย และผู้เขียนบางรายระบุความเกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรของระบบและการผ่าตัด AMI [1]

อ้างอิง

  1. Shallal CC, Taylor CR, Yeon SH, และคณะ. A wireless magnetic implant system for continuous neuromuscular sensing. Nature Sensors. เผยแพร่ออนไลน์ 29 ตุลาคม 2026.
  2. MIT News. Magnetic sensors track muscle movement, for better prosthetic limb control. 29 ตุลาคม 2026.

กลับไปสารบัญบทความ ↑

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.