ถ้าเรารู้ว่าการเปลี่ยนแปลงใน DNA ตำแหน่งหนึ่งทำให้เกิดโรค เราจะเข้าไปแก้ตำแหน่งนั้นได้หรือไม่? CRISPR เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทำให้คำถามนี้เปลี่ยนจากแนวคิดไปสู่การทดลอง และบางการใช้งานพัฒนาเป็นการรักษาที่ได้รับอนุมัติแล้ว อย่างไรก็ตาม การเลือกตำแหน่งบน DNA การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และการทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น เป็นคนละขั้นตอนที่ต้องตรวจสอบแยกกัน
บทความนี้อธิบายว่า CRISPR มาจากไหน เครื่องมือต่าง ๆ ทำงานอย่างไร และเหตุใดประสิทธิภาพการตัดต่อเพียงตัวเลขเดียวจึงยังไม่เพียงพอสำหรับตัดสินความสำเร็จของเทคโนโลยีนี้
CRISPR คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Cas อย่างไร
CRISPR อ่านว่า “คริสเปอร์” ย่อมาจาก Clustered Regularly Interspaced Short Palindromic Repeats เดิมหมายถึงบริเวณ DNA ที่มีลำดับซ้ำสั้น ๆ สลับกับลำดับคั่นหรือ spacers พบในแบคทีเรียและอาร์เคียบางชนิด ส่วน Cas ย่อมาจาก CRISPR-associated หมายถึงโปรตีนที่ทำงานร่วมกับระบบนี้ ในธรรมชาติ CRISPR–Cas เป็นระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัวที่ช่วยจดจำและรับมือสารพันธุกรรมจากผู้บุกรุก เช่น ไวรัสที่ติดเชื้อแบคทีเรียหรือแบคเทอริโอเฟจ [1]
ระบบสามารถเก็บชิ้นส่วนลำดับสารพันธุกรรมของผู้บุกรุกเป็น spacer จากนั้นสร้าง RNA ที่มีข้อมูลลำดับดังกล่าว เมื่อพบสารพันธุกรรมที่ตรงกับเป้าหมาย RNA จะช่วยนำโปรตีน Cas ไปจัดการเป้าหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างลำดับ spacer กับลำดับของไวรัสจึงเป็นพื้นฐานของความจำเพาะในระบบนี้ [1]
นักวิจัยนำหลักการ “ใช้ RNA ระบุตำแหน่ง” มาปรับเป็นเครื่องมือทางชีววิทยา งานของ Jinek และคณะในปี 2012 แสดงว่า Cas9 สามารถใช้ RNA ที่ออกแบบขึ้นเพื่อกำหนดเป้าหมาย DNA ได้ และรวมองค์ประกอบ RNA สองส่วนเป็น RNA นำทางเส้นเดียวได้ด้วย หลักการนี้เป็นรากฐานสำคัญของ CRISPR–Cas9 ที่ใช้กันในงานวิจัย [2]
ในปัจจุบัน คำว่า CRISPR จึงมักใช้เรียกกลุ่มเทคโนโลยีที่อาศัยระบบ CRISPR–Cas ไม่ได้หมายถึงเอนไซม์ชนิดเดียว และไม่ได้จำกัดอยู่ที่การตัด DNA เท่านั้น
ประวัติการค้นพบโดยย่อ
- 1987: Yoshizumi Ishino และคณะรายงานลำดับ DNA ซ้ำที่มีลำดับคั่นใน Escherichia coli ซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จักในชื่อ CRISPR โดยขณะนั้นยังไม่ทราบหน้าที่ของลำดับนี้ [3]
- 2005–2007: งานของ Francisco Mojica และคณะเชื่อมโยง spacers กับสารพันธุกรรมจากภายนอก ต่อมา Barrangou และคณะแสดงหลักฐานเชิงทดลองว่าการได้ spacer ใหม่ช่วยให้แบคทีเรียต้านทานไวรัสได้ [4], [1]
- 2012–2013: Jinek และคณะในทีมของ Jennifer Doudna และ Emmanuelle Charpentier แสดงการใช้ RNA กำหนดเป้าหมายการตัดของ Cas9 ในหลอดทดลอง จากนั้นทีมของ Cong และทีมของ Mali รายงานการประยุกต์ระบบนี้ในเซลล์มนุษย์ในปี 2013 [2], [5], [6]
- 2020: Charpentier และ Doudna ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจากการพัฒนาวิธีแก้ไขจีโนม การพัฒนา CRISPR สู่เครื่องมือที่ใช้ในปัจจุบันเป็นผลจากผลงานต่อเนื่องของนักวิจัยหลายกลุ่ม [7]
- 2023: วันที่ 8 ธันวาคม FDA สหรัฐฯ อนุมัติ CASGEVY สำหรับ sickle cell disease เป็นการรักษาแรกที่ FDA อนุมัติซึ่งใช้ CRISPR–Cas9 และเป็นจุดเปลี่ยนจากเครื่องมือวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์รักษาผู้ป่วย [8]
CRISPR–Cas9 ทำงานอย่างไร
ระบบ Cas9 สำหรับตัดต่อ DNA มีองค์ประกอบหลักคือโปรตีน Cas9 และ RNA นำทาง (guide RNA) โดย RNA นำทางมีส่วนที่จับกับ Cas9 และส่วนที่ออกแบบให้จับคู่กับ DNA เป้าหมาย ในระบบที่ใช้ RNA เส้นเดียวเรียกว่า single-guide RNA หรือ sgRNA [2]
Cas9 ต้องรับรู้ลำดับสั้น ๆ ใกล้เป้าหมายที่เรียกว่า PAM (protospacer adjacent motif) ก่อนด้วย ตัวอย่างที่ใช้บ่อยคือ SpCas9 จาก Streptococcus pyogenes ซึ่งโดยทั่วไปต้องการ PAM แบบ NGG โดย N หมายถึงเบสใดก็ได้ และ G คือกัวนีน Cas ชนิดอื่นหรือโปรตีนที่ได้รับการดัดแปลงอาจมีข้อกำหนด PAM ต่างกัน จึงไม่ควรใช้ NGG อธิบาย CRISPR ทุกระบบ [9]
เมื่อ RNA จับคู่กับเป้าหมายและโปรตีนรับรู้ PAM ที่เหมาะสม Cas9 สามารถตัด DNA ทั้งสองสายให้เกิด double-strand break จุดสำคัญคือ Cas9 สร้างรอยตัด ส่วนระบบซ่อมแซมของเซลล์มีบทบาทกำหนดผลลัพธ์หลังจากนั้น การตัด DNA จึงไม่ได้รับประกันว่าจะได้ลำดับใหม่ตามที่ต้องการ [2]
การซ่อมแบบเชื่อมปลาย DNA (end joining) อาจทำให้เกิดการแทรกหรือหายไปของเบสขนาดเล็ก เรียกรวมว่า indels หากการเปลี่ยนแปลงรบกวนส่วนสำคัญของยีน ก็อาจทำให้ยีนสูญเสียหน้าที่หรือเกิด knockout แต่ไม่ใช่ทุก indel จะทำให้ยีนหยุดทำงาน ส่วนการซ่อมที่อาศัยลำดับแม่แบบ เช่น homology-directed repair หรือ HDR สามารถนำ donor template มาใช้เปลี่ยนลำดับตามที่ออกแบบได้ ภายใต้สภาวะของเซลล์ที่เหมาะสม [9]

ภาพที่ 1 หลักการตัดต่อ DNA ด้วย CRISPR–Cas9: (a) RNA นำทางช่วยระบุตำแหน่ง DNA โดย Cas9 รับรู้ PAM และสร้างรอยตัดสองสาย (b) การซ่อมแบบเชื่อมปลายอาจทำให้เกิด indels และรบกวนหน้าที่ของยีน (c) การซ่อมโดยอาศัย donor template สามารถนำลำดับที่ออกแบบไว้เข้ามาใช้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดและสภาวะของเซลล์ (อ้างอิง [2], [9])
จากการตัด DNA สู่การเปลี่ยนเบสและควบคุมยีน
การพัฒนาเครื่องมือ CRISPR ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ตัดได้มากขึ้น แต่ยังพยายามควบคุมชนิดของการเปลี่ยนแปลงและลดผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ เครื่องมือสำคัญมีความแตกต่างดังนี้
| เครื่องมือ | หลักการ | สิ่งที่ต้องพิจารณา |
|---|---|---|
| Cas9 nuclease | ตัด DNA สองสาย แล้วอาศัยการซ่อมของเซลล์ เหมาะกับการรบกวนยีน และใช้ร่วมกับแม่แบบเพื่อเปลี่ยนลำดับได้ [2], [9] | ผลซ่อมอาจหลากหลาย ต้องตรวจลำดับและหน้าที่จริง |
| Base editing | ใช้ Cas ที่ดัดแปลงร่วมกับเอนไซม์เปลี่ยนเบส โดยไม่ตั้งใจสร้างรอยตัด DNA สองสาย CBE รุ่นพื้นฐานเปลี่ยน C•G เป็น T•A ส่วน ABE เปลี่ยน A•T เป็น G•C [10], [11] | เบสเป้าหมายต้องอยู่ในช่วงที่เอนไซม์ทำงานได้ และอาจเปลี่ยนเบสข้างเคียงร่วมด้วย |
| Prime editing | ใช้ Cas9 nickase ร่วมกับ reverse transcriptase และ pegRNA ซึ่งบรรจุข้อมูลการแก้ไข รองรับการเปลี่ยนเบสหลายแบบและการแทรกหรือลบลำดับขนาดเล็ก โดยไม่ต้องใช้ donor DNA แยกต่างหาก [12] | ประสิทธิภาพขึ้นกับตำแหน่งและระบบที่ใช้ และยังอาจมีผลลัพธ์ข้างเคียง |
| CRISPRi | ใช้ dCas9 ที่สูญเสียความสามารถในการตัด DNA เพื่อกีดขวางหรือช่วยกดการถอดรหัสยีน [13] | การลดการแสดงออกของยีนต่างจากการเปลี่ยนลำดับ DNA หรือทำ knockout |
Base editing เปรียบได้กับการเปลี่ยนตัวอักษรบางชนิดในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ แต่เครื่องมือแต่ละแบบไม่ได้เปลี่ยนเบสได้ทุกชนิด ตัวอย่างเช่น หากมีเบสที่แก้ไขได้หลายตำแหน่งอยู่ในช่วงการทำงานของเอนไซม์ อาจเกิด bystander editing คือเปลี่ยนเบสอื่นนอกเหนือจากตัวที่ต้องการด้วย จึงต้องประเมินผลิตภัณฑ์การตัดต่อทั้งหมด [10], [11]
Prime editing ใช้ RNA ชนิดพิเศษที่เรียกว่า prime editing guide RNA หรือ pegRNA ทำหน้าที่ทั้งนำทางและเป็นแม่แบบให้สร้างลำดับที่แก้ไขแล้ว คำว่า “ไม่ต้องตัดสองสาย” หมายถึงกลยุทธ์การทำงานที่ออกแบบไว้ ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ข้างเคียงหรือ indels จะเป็นศูนย์ และไม่ได้แปลว่าเครื่องมือนี้จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องมืออื่นในทุกเซลล์ [12]
การนำส่งเป็นโจทย์สำคัญของวิศวกรรมชีวการแพทย์
แม้จะออกแบบ RNA นำทางได้เหมาะสม เครื่องมือก็ยังต้องเข้าไปถึงเซลล์และตำแหน่งภายในเซลล์ที่ทำงานได้ วิธีนำส่งจึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบตัดต่อ ไม่ใช่อุปกรณ์เสริมที่เลือกภายหลัง การรักษาแบ่งแนวทางสำคัญเป็น ex vivo คือเก็บเซลล์ออกมาตัดต่อและตรวจคุณภาพก่อนให้กลับเข้าสู่ผู้ป่วย กับ in vivo คือให้เครื่องมือเข้าสู่ร่างกายเพื่อทำงานในเซลล์เป้าหมายโดยตรง [14], [15]
ตัวอย่างของ in vivo คือการศึกษาตัดต่อยีน TTR ในผู้ป่วยโรค transthyretin amyloidosis โดยใช้อนุภาคไขมันนำส่ง mRNA ของ Cas9 และ sgRNA ไปยังตับ เป้าหมายคือรบกวนการสร้างโปรตีน TTR ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นว่าต้องออกแบบทั้งเป้าหมายทางชีววิทยาและระบบนำส่งไปพร้อมกัน และการลดโปรตีนเป้าหมายต้องพิจารณาแยกจากผลต่ออาการของโรค [14]
การพัฒนาระบบดังกล่าวจึงเชื่อมโยงกับ ระบบนำส่งยา (Drug Delivery System) รวมถึงการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการติดตามความปลอดภัย ขณะที่ พลาสมิด (Plasmid) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับนำข้อมูลพันธุกรรมเข้าสู่เซลล์ในงานวิจัย แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ CRISPR ทุกชนิดใช้พลาสมิด
จะรู้ได้อย่างไรว่าการตัดต่อได้ผลและปลอดภัย
คำว่า “ตัดต่อสำเร็จ 80%” ยังตีความไม่ได้หากไม่ระบุว่า 80% ของอะไร อาจเป็นสัดส่วนลำดับ DNA ที่เปลี่ยนไป สัดส่วนอัลลีลที่ได้การแก้ไขตามต้องการ หรือสัดส่วนเซลล์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวเลขเหล่านี้ต่างจากสัดส่วนเซลล์ที่ฟื้นหน้าที่ และยิ่งต่างจากสัดส่วนผู้ป่วยที่ได้ประโยชน์ทางคลินิก
การประเมินควรเชื่อมข้อมูลอย่างน้อยสามระดับ ได้แก่ ลำดับ DNA ว่าได้การแก้ไขตามต้องการและมีผลิตภัณฑ์ข้างเคียงอะไรบ้าง หน้าที่ของเซลล์ ว่าโปรตีนหรือพฤติกรรมของเซลล์เปลี่ยนไปตามเป้าหมายหรือไม่ และ ผลทางคลินิก ว่าผู้ป่วยได้ประโยชน์ที่มีความหมายและมีความเสี่ยงอย่างไร แนวทาง FDA สำหรับผลิตภัณฑ์ตัดต่อจีโนมครอบคลุมการออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิตและทดสอบ การประเมินความปลอดภัยก่อนคลินิก และการออกแบบการทดลองในมนุษย์ [15]
Off-target editing หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งอื่นนอกเป้าหมายที่ตั้งใจ แต่การตรวจเฉพาะ off-target ยังไม่ครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมด งานในเซลล์ของ Kosicki และคณะแสดงว่าการซ่อมรอยตัดจาก Cas9 อาจทำให้เกิดการลบลำดับขนาดใหญ่หรือการจัดเรียง DNA ที่ซับซ้อนในบริเวณเป้าหมายได้ด้วย ผลนี้ชี้ว่าต้องตรวจการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการทั้งนอกเป้าหมายและที่เป้าหมาย ไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยจากการตรวจ indels ขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว [16]
สำหรับเครื่องมือที่ใช้ทางคลินิก ยังต้องประเมินความมีชีวิตและคุณภาพของเซลล์ ผลจากระบบนำส่ง ภูมิคุ้มกัน และผลระยะยาวของการเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยงบางส่วนอาจมาจากกระบวนการรักษาร่วมด้วย จึงต้องพิจารณาผลิตภัณฑ์และขั้นตอนรักษาทั้งระบบ [15]
CRISPR ไปถึงการรักษาผู้ป่วยแล้วแค่ไหน
CASGEVY: ตัดต่อเซลล์ของผู้ป่วยนอกร่างกาย
CASGEVY หรือ exagamglogene autotemcel เป็นตัวอย่างการรักษาแบบ ex vivo โดยเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดของผู้ป่วย แล้วใช้ CRISPR–Cas9 ตัดต่อบริเวณ enhancer ของยีน BCL11A ที่ควบคุมการแสดงออกในสายเซลล์เม็ดเลือดแดง เพื่อเพิ่มการสร้างฮีโมโกลบินของทารกในครรภ์หรือ HbF วิธีนี้ไม่ได้แก้การกลายพันธุ์ของยีนเบต้าโกลบินโดยตรง [17]
ตามเอกสาร FDA ที่ตรวจสอบ ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2026 ข้อบ่งใช้ในสหรัฐฯ ของ CASGEVY ขยายเป็นผู้ป่วยอายุ 2 ปีขึ้นไป ที่เป็น sickle cell disease และมี vaso-occlusive crises ซ้ำ หรือเป็นเบต้าธาลัสซีเมียที่ต้องพึ่งการให้เลือด หลังการอนุมัติเพิ่มเติมวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ข้อมูลเดิมที่ระบุอายุ 12 ปีขึ้นไปจึงไม่ครอบคลุมข้อบ่งใช้ล่าสุดนี้ การขยายไปยังอายุ 2 ถึงต่ำกว่า 5 ปีอาศัยการอนุมานข้อมูลจากกลุ่มอายุมากกว่า ไม่ใช่การทดลองโดยตรงในทุกช่วงอายุ [17], [18]
การรักษาต้องมีขั้นตอนเตรียมไขกระดูกด้วย myeloablative conditioning ก่อนให้เซลล์ที่ตัดต่อแล้วกลับเข้าสู่ร่างกาย และยังมีความเสี่ยงจากการรักษาและการตัดต่อนอกเป้าหมายที่ต้องติดตาม การอนุมัติของ FDA เป็นสถานะในสหรัฐฯ ไม่ได้หมายถึงการอนุมัติหรือการเข้าถึงในประเทศไทยโดยอัตโนมัติ [17]
ภาพรวมขั้นตอนรักษา sickle cell disease ด้วย CASGEVY
ใน sickle cell disease ฮีโมโกลบิน S หรือ HbS สามารถรวมตัวเป็นพอลิเมอร์เมื่อออกซิเจนต่ำ ทำให้เม็ดเลือดแดงเสียรูปและเกิดปัญหาการไหลเวียน การเพิ่ม HbF ช่วยลดการเกิดปรากฏการณ์นี้ CASGEVY จึงมุ่งเปลี่ยนการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงรุ่นใหม่ที่เกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดที่ตัดต่อแล้ว [19]
ก่อนเริ่มรักษา ทีมปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดต้องประเมินความเหมาะสมและเตรียมผู้ป่วย รวมถึงหารือเรื่องผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ กระบวนการในภาพแบ่งเป็นหกช่วง โดยการตัดต่อเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่การฉีด Cas9 เข้าไปแก้ยีนทั่วร่างกาย [17], [20]

ภาพที่ 2 กระบวนการรักษา sickle cell disease ด้วย CASGEVY: (a) ระดมและเก็บเซลล์ CD34+ ของผู้ป่วยด้วย apheresis (b) ตัดต่อบริเวณ erythroid enhancer ของ BCL11A นอกร่างกาย (c) ตรวจคุณภาพและปล่อยผ่านผลิตภัณฑ์ (d) ให้ยาปรับสภาพไขกระดูกก่อนรับเซลล์ (e) ให้เซลล์ที่ตัดต่อกลับทางหลอดเลือดดำ (f) เซลล์ฝังตัวในไขกระดูกและสร้างสายเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มี HbF เพิ่มขึ้น พร้อมติดตามผลระยะยาว อ่านลำดับ a–c ในแถวบน แล้ว d–f ในแถวล่าง (อ้างอิง [17], [19], [20])
- เก็บเซลล์ของผู้ป่วย: ระดมเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดเข้าสู่กระแสเลือด แล้วใช้ apheresis แยกเก็บเซลล์ CD34+ พร้อมเก็บเซลล์สำรองที่ยังไม่ตัดต่อ [20]
- ตัดต่อในห้องปฏิบัติการ: ใช้ CRISPR–Cas9 รบกวน enhancer ของ BCL11A เพื่อคลายการกดการสร้าง HbF ในสายเซลล์เม็ดเลือดแดง [19]
- ตรวจและเตรียมผลิตภัณฑ์: ทดสอบคุณภาพก่อนปล่อยผ่าน และยืนยันว่าผลิตภัณฑ์กับเซลล์สำรองพร้อมที่ศูนย์รักษาก่อนเริ่มปรับสภาพไขกระดูก [15], [17]
- ปรับสภาพไขกระดูก: ให้ myeloablative conditioning เพื่อเตรียมพื้นที่ให้เซลล์ใหม่ การศึกษาหลักใช้ busulfan [19], [20]
- ให้เซลล์กลับ: ให้ผลิตภัณฑ์เซลล์ของผู้ป่วยเองทางหลอดเลือดดำ แล้วดูแลในโรงพยาบาลระหว่างฟื้นตัว [20]
- รอการฝังตัวและติดตาม: ตรวจการฟื้นของเม็ดเลือด การติดเชื้อ เลือดออก HbF และอาการของโรค พร้อมติดตามความปลอดภัยระยะยาว [17], [20]
การให้เซลล์อาจเป็นครั้งเดียว แต่การผลิต การเตรียมร่างกาย และการฟื้นตัวใช้เวลาหลายช่วง เอกสารสำหรับผู้ป่วยระบุว่าการผลิตอาจใช้เวลาถึง 6 เดือน และหลังให้เซลล์อาจต้องอยู่โรงพยาบาลประมาณ 4–6 สัปดาห์ ทั้งนี้แตกต่างกันได้ในแต่ละราย [20]
หลักฐานจากผู้ป่วยจริง: งานระยะที่ 3 ของ Frangoul และคณะซึ่งตีพิมพ์ปี 2024 เป็นการศึกษาแบบเปิดเผยและไม่มีกลุ่มควบคุมในผู้ป่วยอายุ 12–35 ปี มีผู้ได้รับ exa-cel 44 ราย และติดตามค่ามัธยฐาน 19.3 เดือน ใน 30 รายที่ติดตามนานเพียงพอให้ประเมินผลหลักได้ 29 ราย หรือ 97% ไม่มี vaso-occlusive crises รุนแรงอย่างน้อย 12 เดือนติดต่อกัน (ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 83–100%) ตัวเลขนี้เป็นผลตามเกณฑ์และช่วงเวลาของการศึกษา ไม่ใช่อัตราหายขาดตลอดชีวิตของผู้ป่วยทั้งหมด [19]
ข้อจำกัดและจริยธรรมที่ต้องพิจารณา
ข้อจำกัดของ CRISPR ไม่ได้มีเพียงความแม่นยำของเอนไซม์ แต่รวมถึงการนำส่งให้ถึงเซลล์เป้าหมาย การควบคุมผลการซ่อม DNA และการพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นแก้ปัญหาทางชีววิทยาได้จริง โรคที่มีหลายยีนและปัจจัยสิ่งแวดล้อมร่วมกันอาจไม่สามารถแก้ด้วยการเปลี่ยนตำแหน่งเดียว จึงต้องเริ่มจากความเข้าใจกลไกโรคก่อนเลือกเครื่องมือ
การตัดต่อเซลล์ร่างกาย (somatic editing) เพื่อรักษาผู้ป่วยต่างจากการตัดต่อที่มีโอกาสส่งผ่านไปยังรุ่นถัดไป (heritable editing) เช่น การเปลี่ยนแปลงในเซลล์สืบพันธุ์หรือตัวอ่อนที่นำไปใช้ให้เกิดการตั้งครรภ์ ประเด็นหลังเกี่ยวข้องกับผลต่อคนรุ่นถัดไป ความยินยอม และการกำกับดูแลในระดับสังคม WHO จึงเสนอทั้งกรอบกำกับดูแลและระบบติดตามงานตัดต่อจีโนมมนุษย์ [21]
สำหรับวิศวกรรมชีวการแพทย์ ความสำคัญของ CRISPR อยู่ที่การทำให้เราระบุตำแหน่งทางชีววิทยาและออกแบบการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ แต่การพัฒนาให้ใช้งานได้จริงต้องเชื่อมเครื่องมือระดับโมเลกุลเข้ากับการนำส่ง การตรวจคุณภาพ การประเมินหน้าที่ และหลักฐานทางคลินิก การรู้ว่า “เปลี่ยน DNA ได้” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยี มากกว่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายของการรักษา
เรียบเรียงและตรวจสอบแหล่งข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคม 2026
เอกสารอ้างอิง
- Barrangou R, Fremaux C, Deveau H, Richards M, Boyaval P, Moineau S, et al. CRISPR provides acquired resistance against viruses in prokaryotes. Science. 2007;315(5819):1709–1712. doi:10.1126/science.1138140.
- Jinek M, Chylinski K, Fonfara I, Hauer M, Doudna JA, Charpentier E. A programmable dual-RNA-guided DNA endonuclease in adaptive bacterial immunity. Science. 2012;337(6096):816–821. doi:10.1126/science.1225829.
- Ishino Y, Shinagawa H, Makino K, Amemura M, Nakata A. Nucleotide sequence of the iap gene, responsible for alkaline phosphatase isozyme conversion in Escherichia coli, and identification of the gene product. J Bacteriol. 1987;169(12):5429–5433. doi:10.1128/jb.169.12.5429-5433.1987.
- Mojica FJM, Díez-Villaseñor C, García-Martínez J, Soria E. Intervening sequences of regularly spaced prokaryotic repeats derive from foreign genetic elements. J Mol Evol. 2005;60(2):174–182. doi:10.1007/s00239-004-0046-3.
- Cong L, Ran FA, Cox D, Lin S, Barretto R, Habib N, et al. Multiplex genome engineering using CRISPR/Cas systems. Science. 2013;339(6121):819–823. doi:10.1126/science.1231143.
- Mali P, Yang L, Esvelt KM, Aach J, Guell M, DiCarlo JE, et al. RNA-guided human genome engineering via Cas9. Science. 2013;339(6121):823–826. doi:10.1126/science.1232033.
- The Royal Swedish Academy of Sciences. The Nobel Prize in Chemistry 2020: press release [Internet]. 2020 Oct 7 [cited 2026 Oct 14]. Available from: https://www.nobelprize.org/prizes/chemistry/2020/press-release/.
- U.S. Food and Drug Administration. FDA Approves First Gene Therapies to Treat Patients with Sickle Cell Disease [Internet]. 2023 Dec 8 [cited 2026 Oct 14]. Available from: FDA news release.
- Addgene. CRISPR Guide [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: https://www.addgene.org/guides/crispr/.
- Komor AC, Kim YB, Packer MS, Zuris JA, Liu DR. Programmable editing of a target base in genomic DNA without double-stranded DNA cleavage. Nature. 2016;533:420–424. doi:10.1038/nature17946.
- Gaudelli NM, Komor AC, Rees HA, Packer MS, Badran AH, Bryson DI, et al. Programmable base editing of A•T to G•C in genomic DNA without DNA cleavage. Nature. 2017;551:464–471. doi:10.1038/nature24644.
- Anzalone AV, Randolph PB, Davis JR, Sousa AA, Koblan LW, Levy JM, et al. Search-and-replace genome editing without double-strand breaks or donor DNA. Nature. 2019;576(7785):149–157. doi:10.1038/s41586-019-1711-4.
- Qi LS, Larson MH, Gilbert LA, Doudna JA, Weissman JS, Arkin AP, et al. Repurposing CRISPR as an RNA-guided platform for sequence-specific control of gene expression. Cell. 2013;152(5):1173–1183. doi:10.1016/j.cell.2013.02.022.
- Gillmore JD, Gane E, Taubel J, Kao J, Fontana M, Maitland ML, et al. CRISPR-Cas9 in vivo gene editing for transthyretin amyloidosis. N Engl J Med. 2021;385(6):493–502. doi:10.1056/NEJMoa2107454.
- U.S. Food and Drug Administration. Human Gene Therapy Products Incorporating Human Genome Editing: Guidance for Industry [Internet]. 2024 Jan [cited 2026 Oct 14]. Available from: https://www.fda.gov/media/156894/download.
- Kosicki M, Tomberg K, Bradley A. Repair of double-strand breaks induced by CRISPR-Cas9 leads to large deletions and complex rearrangements. Nat Biotechnol. 2018;36(8):765–771. doi:10.1038/nbt.4192.
- U.S. Food and Drug Administration. CASGEVY (exagamglogene autotemcel): prescribing information, STN 125787 [Internet]. 2026 [cited 2026 Oct 14]. Available from: https://www.fda.gov/media/174615/download.
- U.S. Food and Drug Administration. FDA Approves First Gene Therapy for Young Children with Sickle Cell Disease [Internet]. 2026 Jul 1 [cited 2026 Oct 14]. Available from: FDA news release.
- Frangoul H, Locatelli F, Sharma A, Bhatia M, Mapara M, Molinari L, et al. Exagamglogene autotemcel for severe sickle cell disease. N Engl J Med. 2024;390(18):1649–1662. doi:10.1056/NEJMoa2309676.
- U.S. Food and Drug Administration. CASGEVY (exagamglogene autotemcel): patient information [Internet]. 2026 [cited 2026 Oct 14]. Available from: https://www.fda.gov/media/193443/download.
- World Health Organization. Human genome editing: recommendations [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2021 [cited 2026 Oct 14]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240030381.